ดูหนัง Sonic the Hedgehog 3 (2024) โซนิค เดอะ เฮดจ์ฮ็อก 3 โซนิค, นัคเคิลส์ และ เทลส์ กลับมาร่วมทีมกันอีกครั้งเพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูผู้แข่งแกร่งคนใหม่ ชาโดว์ วายร้ายลึกลับที่พลังของเขาเป็นอะไรที่ทั้งสามไม่เคยพบเจอมาก่อน ด้วยความสามารถที่ทัดเทียมกันในทุกเรื่อง ทีมโซนิคจึงจำเป็นต้องร่วมมือกับอดีตศัตรูเพื่อหวังที่จะหยุดยั้ง ชาโดว์ และปกป้องโลกใบนี้เอาไว้ให้ได้
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
Jeff Fowler ⭐ เสพติดดูหนัง 🤩 คะแนน: 9/10 ดาว ไร้การสปอยเนื้อหาสำคัญ -กลับมาแล้ว กับแฟรนไชส์ที่สร้างจากเกมที่เรารัก “Sonic The Hedgehog 3” หลังจากสร้างปรากฏการณ์สนุกอย่างต่อเนื่องมาถึง 2 ภาค เป็นที่น่าประทับใจทั้งคอหนังและแฟนเกม ที่ทีมสร้างสามารถรังสรรค์ความบันเทิงได้แบบลงตัว การกลับมาครั้งนี้ถือว่าใครหลายคนน่าจะรอคอยไม่ต่างจากเราเรื่องราวการตื่นขึ้นมาในรอบ 50 ปี ของ “ชาโดว์” ศัตรูตัวใหม่ที่มีพลังทำลายล้างมากที่สุดเท่าที่มวลมนุษย์เคยเจอมา ทำให้ต้องพึ่ง “โซนิค” และพ้องเพื่อนอย่าง “นัคเคิลส์” และ “เทลส์” ในการหยุดยั้งศัตรูตนนี้ ก่อนที่เค้าจะทำอะไรที่ก่อเป็นเรื่องเลวร้ายกับโลกมนุษย์จากที่เห็นตัวอย่าง ก็คิดว่าน่าจะคาดเดาได้ไม่ยาก เพราะน่าจะมาในรูปแบบแพทเทิลเดิม ๆ เหมือน 2 ภาคที่ผ่านมา แต่พอได้ดูเต็ม ๆ จนจบ คือแม่งเกินคาดไปเยอะมากกกกก เรียกได้ว่าภาค 3 มันคือมหกรรมความบันเทิงที่จัดเสิร์ฟแบบเต็มสตรีม เดินเรื่องสนุกถึงใจสุดขั้ว และมากไปด้วยเซอร์ไพร์สที่ไม่คาดคิด เปิดเรื่องมาไม่กี่นาทีคือเข้าประเด็นเลย และระหว่างทางคือมีเส้นเรื่องที่แข็งแรง มีมิติ และเต็มไปด้วยความสนุกมากมายหลายสถานการณ์เลย ถูกดำเนินเรื่องผ่านคาแรคเตอร์ตัวละครที่เราหลงรัก ไม่ว่าจะตัวดีหรือตัวร้าย ก็ล้วนมีเสน่ห์สุด ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างมีภารกิจและพันธะความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน ทั้งในแง่ความเป็นมิตรภาพ ครอบครัว ซึ่งภารกิจใหม่นี้ มันจะสะท้อนแก่นของ “การสูญเสีย” การปลดระวางความแค้น ด้วยรักที่มอบให้แก่กัน ผ่านตัวละครชาโดว์ ที่ถูกกดทับมานานหลายปี และเค้าตื่นขึ้นมาพร้อมความแค้นเต็มแม็กซ์ซึ่งภาคนี้มีความเล่นใหญ่ใส่แหลกอยู่หลายขุม ทั้งพาร์ทแอ็คชัน และพาร์ทตลกสุดรั่ว จนพาคนดูขำลั่นเสียเส้นไปหลายดอก “Jim Carry” คือ MVP แง่ความตลกสุด ๆ ภาคนี้ ฉากไหนที่เราไม่คิดว่าจะมาไม้นี้ แม่งมาแล้วจี้ถูกจุดมากกก เซอร์ไพร์สแล้วเซอร์ไพร์สอีกไม่เกินจริงและในด้านงานโปรดักชัน งาน Visual Effect และ CGI ดีมาก รายละเอียดคมชัดและมีมิติสุด ๆ รวมไปถึงซาวน์ประกอบสุดเร้าใจ ที่เสริมให้หนังมันดูสนุก ดูเท่ ดูมันส์สะใจอย่างน่าประทับใจเลย และช่วงท้ายคือ Fan Service เต็มขั้นมาก ๆ แนะนำเลยมาดูเถอะครับ สนุกมากกก ⭐ ภาพยนตร์ในฝัน 🤩 คะแนน: 9/10 ดาว ยิ่งทำ ยิ่งดี ภาคนี้เรียกได้ว่ายกระดับความมันส์ไปอีกขั้น! Epic มากๆ แม้ว่าพล็อตเรื่องจะคาดเดาได้บ้าง แต่ความอลังการของฉากแอคชั่น ทำให้ลืมเรื่องความเดาง่ายไปสนิท ชาโดว์กลายเป็นตัวละครที่ขโมยซีนอย่างแท้จริง ด้วยลุคสุดหล่อเท่ห์และบทบาทที่ดึงดูดใจ เรียกได้ว่าการเลือกคีนู รีฟส์ มาพากย์เสียงชาโดว์นั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เสียงที่มีเอกลักษณ์ของเขาช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวละครนี้ได้อย่างน่าทึ่ง ฉากแอคชั่นอัดแน่นทุกวินาที การใช้ CG ในเรื่องถือว่าไร้ที่ติ ทั้งฉากต่อสู้ ความเร็วของโซนิค และการออกแบบตัวละครที่สมจริง ความสัมพันธ์ของตัวละครก็ได้รับการพัฒนาจนน่าประทับใจ อีกจุดที่ทำให้หนังเรื่องนี้พิเศษคือฉากสุดซึ้งของเอ้กแมนและมิตรภาพของเขา ทำเอาอินจนน้ำตาคลอห้ามพลาด End Credits ที่โคตรพีคจนทำให้อดตื่นเต้นกับภาคต่อไม่ไหว! นี่คือหนังที่ดูได้ทุกเพศ ทุกวัย ตอบโจทย์ทั้งแฟนเกมและคนดูทั่วไปอย่างสมบูรณ์แบบ ⭐ เรื่องนี้ดูหรือข้าม 🤩 คะแนน: 8/10 ดาว เอาจริงๆต้องยอมรับว่า sonic เป็นภาพยนตร์แฟรนไซส์ที่ทำให้เราแปลกใจมาก ด้วยจุดเริ่มต้นของมันที่มีสร้างความฮือฮาในด้านลบมากๆอย่าง design ตัวละครในตัวอย่างแรกสุด จนตอนนี้มันแทบจะเป็นแฟรนไซส์หนังจากเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดเรื่องนึง เข้าใจว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นหลายๆอย่างเปลี่ยนไปในแนวทางที่ดี ทั้งเรื่องของดีไซน์ แนวทาง เนื้อเรื่อง นักแสดง ก็ดูจะทำได้ถูกใจแฟนๆมาตลอดหลังจากนั้น แต่พูดตามตรงส่วนตัวเราที่ดูมาทุกภาค ไม่ได้ชอบพอแฟรนไชส์นี้สักเท่าไหร่ แน่นอนว่ามันเป็นหนังที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อเอาใจแฟนๆ sonic และเด็กๆ แต่แม้ว่าจะเป็นแบบนั้นเราก็ยังมองว่า เนื้อหาของมันก็เรียบง่าย และไร้แก่นสารเกินไปหน่อย ยิ่งเทียบกับหนังเด็กน้ำดีเรื่องอื่นๆในยุคนี้ก็รู้สึกว่า sonic เป็นแค่ภาพยนตร์ eye candy fanservice เฉยๆ ซึ่งเราไม่ได้มีปัญหากับจุดนั้น มันแค่ไม่ใช่ทางเรา แต่กับภาคที่ 3 มันแตกต่างกันนี่คือภาคที่ทำให้เรารู้สึกว่าเออ หนังมันยังคงมีความขายเด็กขายแฟนๆเหมือนเดิม แต่แก่นของมันมีอะไรที่ลึกลงไปกว่านั้น การเล่าเรื่องมันมีหัวใจ มันมีแก่นสาร มี message ที่ชัดเจน แถมตัวละครใหม่ในภาคนี้ก็ยอดเยี่ยมทั้งสิ้น ทั้งบทบาทและการแสดง คีอานู รีฟฟ์ ในบท shadow มีความลุ่มลึกกับบทบาทกว่าที่คิด การแสดงและบทบาทเต็มไปด้วยความเจ็บปวด สับสน เป็นเหมือนมุมจริงจังที่ sonic ไม่เคยมีมาก่อน และ จิม แค่รี่ ที่รับบท dr eggman ทั้ง2คน ก็เรียกได้ว่าเป็นบทบาทของจิม แครี่ ที่เราเอนจอยที่สุดในรอบหลายปีเลยงานภาพก็เรียกว่าเป็นพระเอกอีกจุดของเรื่องก็ได้ เพราะพอเข้าองก์สุดท้ายของเรื่อง เราก็จะได้เห็นความอลังการ แบบทำให้นั่งแทบไม่ติด มันมีบทสรุปที่เราเรียกว่าลงตัวมาก อิ่มแบบไม่มีอะไรติดค้าง เรียกว่าเป็นภาคที่ทำให้เราประทับใจจริงๆสรุป แนะนำมากๆโดยเฉพาะกับครอบครัวที่มีเด็กๆ หนังเรื่องนี้มันมีอะไรมากกว่าแสงสีที่เรารู้สึกว่าผู้ใหญ่ก็เอนจอยกับมันได้เช่นกัน จบ ⭐ robbiekarson 🤩 คะแนน: 8/10 ดาว ว้าว ความประทับใจแรกพบของภาพยนตร์เรื่องนี้คือมันส่งมอบความคาดหวังได้อย่างแน่นอน พวกเขาสามารถทำให้แฟรนไชส์นี้ยิ่งใหญ่กว่าภาคก่อนๆ ได้อย่างไรก็ไม่รู้สิ่งนี้ไม่ได้ยับยั้งการบริการแฟนๆ และแฟนของโซนิคอย่างฉันจะต้องพอใจกับวิธีการจัดการเรื่องราว แต่ยังรวมถึงการที่พวกเขาจัดการกับตัวละคร ภาพ และแม้แต่เพลงประกอบด้วยตัวละครมนุษย์อย่างทอมและแมดดี้อาจเป็นองค์ประกอบเดียวในภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ฉันสามารถเลือกได้ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีก็ตาม พวกเขาไม่ได้ทำหน้าที่สำคัญอะไรมากนอกจากการขับเคลื่อนเรื่องราวไปข้างหน้า แต่พวกเขาไม่ใช่ตัวละครที่แย่ ฉันชอบพวกเขาดี เพียงแต่พวกเขาไม่มีเวลาออกจอมากนัก แต่ฉันก็โอเคกับเรื่องนั้นเช่นกัน เพราะเรามาดูภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อดูโซนิคและผองเพื่อนจิม แคร์รีย์พิสูจน์อีกครั้งว่าทำไมเขาถึงเหมาะสมที่จะรับบทเป็นด็อกเตอร์เอ้กแมน และไม่เพียงเท่านั้น เขายังรับหน้าที่สองอย่างในภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย การได้ดูเขาเล่นเป็นตัวละครทั้งสองนั้นสนุกมาก และคุณสามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานของเขาในบทบาทนี้ และเขารักการเล่นบทบาทนี้มากแค่ไหน นี่เป็นบทบาทแรกของเขาที่กลับมาเล่นอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 ในอาชีพการงานอันยาวนานของเขา เป็นเรื่องดีที่เห็นว่าเขายังทำได้อยู่แม้จะผ่านมาหลายปี คีอานู รีฟส์ที่พากย์เสียงแชโดว์เป็นอีกตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับตัวละครนี้ เขาเลียนแบบตัวละครที่ซับซ้อนและอดีตอันน่าเศร้าของแชโดว์ได้ดีมาก คุณสามารถสัมผัสถึงอารมณ์ดิบๆ จากการแสดงของเขาได้จริงๆ พูดตามตรงแล้ว หากเซก้าต้องการจ้างนักพากย์เสียงเหล่านี้มาพากย์เสียงในเกม Sonic ภาคต่อไป ฉันจะไม่ผิดหวังเลย ไม่ใช่ว่าคู่หูในวิดีโอเกมของพวกเขาจะแย่ แต่เป็นเพราะนักแสดงในภาพยนตร์เล่นบทได้ดีมากเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาได้ดีมาก และถ่ายทอดอารมณ์ที่คุณต้องการจากเรื่องราวที่พวกเขาเล่าออกมาได้อย่างแท้จริง โซนิคในภาพยนตร์เรื่องนี้มีความคล้ายคลึงกับตัวเขาเองจากเกมมากกว่าภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่สนุกมากสำหรับแฟนๆ Sonic และ/หรือสำหรับครอบครัวที่จะไปดูในช่วงสุดสัปดาห์ข้อตำหนิเพียงอย่างเดียวที่ฉันมีคือฉันอยากให้หนังยาวกว่านี้อีกหน่อย เพื่อจะได้พัฒนาเรื่องราวของแชโดว์ให้ยาวขึ้นอีกหน่อย และให้เวลากับมันมากขึ้นเพื่อให้มันมีน้ำหนักมากขึ้น บางครั้งมันดูเร่งรีบไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วทำได้ดีมาก คุณจะยังคงรู้สึกถึงแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่ผู้ชมพยายามทำให้รู้สึกได้ ฉันแค่หวังว่าจะมีมากกว่านี้นักแสดง
James Marsden เจมส์ มาร์สเดน
Jim Carrey จิม แคร์รีย์
Keanu Reeves คีอานู รีฟส์ผู้กำกับ
รีวิว Sonic the Hedgehog 3 (2024) โซนิค เดอะ เฮดจ์ฮ็อก 3