ดูหนัง White Noise (2022)
“ไวต์ นอยส์” เป็นผลงานหลากรส ทั้งขบขันและน่ากลัว งดงามและบ้าบอ ธรรมดาและวุ่นวายขั้นวิบัติ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวชาวอเมริกันสมัยใหม่ที่ต้องพยายามรับมือกับความขัดแย้งสุดจำเจในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับปริศนาที่ทุกคนต้องเจอในเรื่องความรัก ความตาย และความสุขที่อาจเกิดขึ้นได้ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน ในปี 1984 แจ็ค แกลดนีย์เป็นศาสตราจารย์ด้าน ” การศึกษาเกี่ยว กับฮิตเลอร์ ” (สาขาที่เขาเป็นผู้ริเริ่ม) ที่วิทยาลัยออนเดอะฮิลล์ในโอไฮโอแม้ว่าเขาจะเชี่ยวชาญด้านนี้ แต่เขาก็พูดภาษาเยอรมัน ไม่ได้ และแอบเรียนบทเรียนพื้นฐานเพื่อเตรียมตัวสำหรับสุนทรพจน์ที่เขาจะต้องพูดในงานประชุม แจ็คแต่งงานกับบาเบตต์ ภรรยาคนที่สี่ของเขา พวกเขาเลี้ยงดูลูกผสมด้วยกันสี่คน ได้แก่ ไฮน์ริชและสเตฟฟี่ จากการแต่งงานครั้งก่อนของแจ็ค เดนิส จากการแต่งงานครั้งก่อนของบาเบตต์ และไวล์เดอร์ ลูกที่พวกเขาตั้งครรภ์ด้วยกัน เดนิสสอดส่องบาเบตต์และพบใบสั่งยาลับของเธอ คือ ไดลาร์ ยาลึกลับที่ไม่มีอยู่ในบันทึกทั่วไป แจ็คฝันถึงชายลึกลับที่พยายามฆ่าเขา ซึ่งหมายถึงการสนทนากับบาเบตต์ก่อนหน้านี้ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ความกลัวความตาย ที่ทั้งสอง ฝ่าย มีร่วมกัน เพื่อนร่วมงานของแจ็ค เมอร์เรย์ ซิสคินด์ ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านวัฒนธรรมอเมริกัน ปรารถนาที่จะพัฒนาสาขาเฉพาะที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือ ” การศึกษา เอลวิส ” และโน้มน้าวแจ็คให้ช่วยเขา ทั้งสองกลายเป็นคู่แข่งกันชั่วครู่เมื่อหลักสูตรของทั้งคู่เริ่มแข่งขันกัน
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง
Adam Driver อดัม ไดรเวอร์
Greta Gerwig
Don Cheadle
ผู้กำกับ : โนอาห์ บอมบัค
รีวิว White Noise (2022)
playinone
หนังที่ออกแนวติสๆ ของผู้กำกับ Marriage Story ซึ่งคำว่าติสในที่นี้ไม่ใช่หนังที่ดูยากอะไร แต่มันคือหนังที่ดูแล้วผู้ชมอาจจะไม่เข้าใจว่าผู้กำกับจะเล่าจะสื่ออะไรมากกว่า เมื่อเรื่องราวหลักของหนังจากพล็อตเรื่องครึ่งแรกกับครึ่งหลังแทบจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน
เรื่องใช้เวลาไปเรื่อยเปื่อยกับการนำเสนอชีวิตครอบครัวตัวเอก พ่อ แม่ ลูก 3 ที่ออกจะติดเพี้ยนๆ หน่อยกับบทพูดถึงเรื่องราวประหลาดๆ ตั้งแต่การอนุรักษ์โลก ชีวิตฮิตเลอร์ สุขภาพของแม่ บลาๆ เรียกว่าครึ่งชั่วโมงแรกนี่มีงงแน่ว่าเรื่องราวกำลังนำเสนออะไร ซึ่งจริงๆ แล้วผู้กำกับแค่พยายามปูพื้นให้เห็นความคิดของตัวละครในครอบครัวนี้แก่ผู้ชมเท่านั้น ก่อนจะเข้าสู่ช่วงของหายนะจากแก๊สพิษรั่วในเมืองเล็กๆ ที่ทุกคนต่างหนีตายกันแบบไม่คิดชีวิต จนกลายเป็นอุบัติเหตุที่พาให้ครอบครัวนี้เฉียดตายอย่างไม่คาดคิด ซึ่งแจ็คตัวพ่อเองที่มีนิสัยยังไงก็ได้ ไม่ได้คิดอะไรมากแบบลูกที่วิตกทุกอย่างสุดๆ ก็เหมือนได้รู้ว่าคนเรามันจะตายก็ตายได้ง่ายๆ อย่าไปคิดว่าไกลตัวอะไร ซึ่งตัวเรื่องครึ่งแรกนี่คือการพาผู้ชมไปสู่ชีวิตต่อมาของครอบครัวนี้หลังจบภัยแก๊สพิษแล้ว
ครึ่งหลังของเรื่องคือชีวิตครอบครัวที่ต้องเจอกับเรื่องประหลาดที่ช่วงแรกเนื้อเรื่องตั้งใจทิ้งไว้ให้สงสัยว่า แม่กินยาอะไร ที่บลูกๆ พยายามหาคำตอบ จนในที่สุดคำตอบนั้นก็ถูกเผยออกมาเป็นอะไรที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่ประหลาดพิลึก เกี่ยวกับความตายที่เป็นประเด็นของเรื่อง แล้วก็กลายเป็นเรื่องดราม่าตลกๆ จบแบบสวยๆ ออกเพี้ยนๆ พาให้ผู้ชมที่ดูมาทั้งเรื่องคงงงๆ เหมือนกันว่านี่มันหนังอะไร ก็ไม่ต้องไปคิดอะไรมากครับเพราะนี่เป็นผลงานที่ติสๆ ติดตลกเสียดสีชีวิตกับความตายแค่นั้นแหละ
ปัญหาของเรื่องจริงๆ มันคือการพยายามให้คนงงกับหลายเรื่องปนๆ กันมากไปหน่อย คือแทนที่จะโฟกัสแค่ 2 เรื่องราวหลักที่เล่าไว้ แต่ตัวเรื่องพาไปชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะซูเปอร์มาเก็ต มันเลยทำให้ผู้ชมคงค่อนข้างงงว่าใส่มาทำไม ซึ่งอาจจะมีนัยยะอะไรก็ตาม แต่มันก็ยังไม่ค่อยเข้ากับเรื่องหลักสองช่วงที่นำเสนอนัก พาลให้มุกตลกในเรื่องไม่ค่อยขำ ออกแนวลึกเกินไป (แต่บางจุดก็ขำใช้ได้) ซึ่งรวมๆ แล้วเหมือนมาดูอดัม ไดร์เวอร์กับเกรตา เกอร์วิก เล่นซะมากกว่าตัวบทเรื่องราวจริงๆ
VIDEO