ดูหนัง The Upside (2017) ดิ อัพไซด์
เรื่องราวของความผูกพันที่ไม่น่าเกิดขึ้นจริง ระหว่าง ฟิลิป (ไบรอัน) มหาเศรษฐีผู้พิการจากอุบัติเหตุ ทำให้เขาเป็นอัมพาตเกือบทั้งตัวและใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตอยู่บนรถเข็น จนกระทั่งได้มาเจอกับ เดลล์ (เควิน) อดีตผู้ต้องขัง ตกงาน ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และจู่ๆคนสองคน ที่ต่างกันสุดขั้ว ก็ได้มาร่วมงานกัน เดลล์มาเป็นพยาบาลส่วนตัวฟิลลิปอย่างไม่ตั้งใจ แต่เป็นความเต็มใจของนายจ้างอย่างฟิลลิปที่ต้องการเขามาดูแล ถึงแม้จะถูกคัดค้านจาก ยีวอน (นิโคล คิดแมน) เลขาส่วนตัวของเขาก็ตาม ซึ่งมันเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่มาจากความแตกต่างและก่อให้เกิดความผูกพันอันแน่นแฟ้น
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง
Kevin Hart เควิน ฮาร์ท

Bryan Cranston

Nicole Kidman

ผู้กำกับ : Neil Burger
รีวิว
อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก
ผมว่าหลายๆคนรู้แหละว่า เป็นหนังรีเมคจากหนังฝรั่งเศสเรื่อง Intouchables ซึ่งมันเป็นหนังที่นักดูหนังทั่วโลกประทับใจถึงกับบอกว่ามันฟีลกู้ดที่สุด และจนการนำมารีเมคเป็น ที่แทบจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการเดินเรื่องเลยก็ตาม เพียงแต่ใส่ความเป็นอเมริกันลงไปจนทำให้หนังดูง่ายขึ้นมากกก แต่เรื่องราวดีๆที่นำมาถ่ายทอดมันก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม และก็ยังทำให้ผมประทับใจได้เหมือนเดิม ยิ่งมาได้การแสดงของ Bryan Cranston ที่ถ่ายทอดความเป็นคนพิการที่รวยและเอาแต่ใจออกมาให้คนดูเข้าใจ รวมไปถึงบทเรียบๆง่ายๆแต่แสดงดีชะมัดของนิโคล คิดแมน มันก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ชวนดูมาก แม้เควิน ฮาร์ท อาจจะพูดมากไปนิด แต่ผมว่านี่เป็นบทที่เค้านิ่งที่สุดแล้วตั้งแต่ดูหนังมา
.
คือเรื่องราวของ นี่เราคงทราบดีอยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องของชายพิการอย่างฟิลิป(Bryan Cranston) คือเค้าพิการเกือบทั้งตัว ขยับได้แค่คอกับหน้า ต้องการได้บุรุษพยาบาลมาดูแล ก็ไม่รู้มาลงตัวถูกชะตากับเดล (เควิน ฮาร์ท) หนุ่มผิวสีที่ขี้โวยวาย มาจากชนชั้นล่าง เพิ้งออกจากคุก ที่มาสมัครงานก็เพียงแค่อยากได้ลายเซ็นต์ปฏิเสธจากคนรับสมัครงานให้ครบสามที่ เพื่อที่ว่าเค้าจะได้เอาไปเป็นหลักฐานยื่นขอเงินประกันสังคมใช้ แต่ฟิลิปดันถูกชะตา แม้อีวอน (นิโคล คิดแมน) จะไม่เห็นด้วยและไม่ค่อยโอเคกับเดลเลยก็ตาม เรื่องราวของคนสองคนที่ต่างกันสุดขั้วก็เริ่มต้นขึ้น ทั้งสองเรียนรู้ ศึกษากัน จนกลายเป็นมิตรภาพที่ไม่น่าเป็นไปได้…
.
การเดินเรื่องแทบไม่มีอะไรต่างจาก Intouchables เลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่ที่ต่างออกไปก็คือหนังใส่ความเป็นอเมริกันมากขึ้น ด้วยเรื่องราวที่มันดี พร้อมจะจับใจคนดูอยู่แล้ว มันก็เลยกลายเป็นหนังดีดีที่ทำให้เราอิ่มอกอิ่มใจไปกับมันได้ไม่ยากเลย เรื่องของคนที่สองที่แตกต่างกันทุกอย่าง คนนึงผิวขาว คนนึงผิวดำ คนนึงรวยคนนึงจน คนนึงสุภาพคนนึงหยาบคาย คนนึงมีรสนิยมหรูสุดโต่งทั้งดนตรีและศิลปะ ฟิลิปนี่ชอบดนตรีคลาสสิค โอเปร่า แต่เดลชอบเพลงโซล โดยเฉพาะ อารีธา แฟลงคลิน แต่ทั้งสองคนต่างปรับตัวเข้าหากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ความแสบคันของหนังคงเป็นเรื่องราวของงานศิลปะ อิมเพรสชันนิส ที่ฟิลิปชอบและเดลไม่เก็ท กลับกลายเป็นเรื่องราวที่ทำให้คนดูทั้งขำและอิมยิ้ม