ดูหนัง The Monkey (2025) จ๋อจัดตาย
เมื่อคู่พี่น้องฝาแฝด บิลล์ และ ฮาล ค้นพบหุ่นลิงของเล่นตัวเก่าของพ่อที่ห้องใต้หลังคา การเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมก็ได้เริ่มต้นขึ้นกับคนรอบตัวของพวกเขา ในปี 1999 พีทีย์ เชลเบิร์นพยายามกลับไปทำลายลิงของเล่นที่เล่นกลองในร้านขายของเก่า ก่อนที่เขาจะทำได้ ลิงก็เล่นกลอง และปฏิกิริยาลูกโซ่ทำให้เจ้าของร้านถูกควักไส้ด้วยปืนฉมวกหลังจากนั้นไม่นาน พีทีย์ก็หายตัวไป ทิ้งให้ลอยส์ ภรรยาของเขาต้องเลี้ยงดูฮาลและบิล ลูกชายฝาแฝดของพวกเขา ในที่สุดฝาแฝดก็พบลิงในตู้เสื้อผ้าที่เก็บข้าวของของพ่อและไขกุญแจของมัน ต่อมาในเย็นวันนั้น ลิงก็เล่นกลองในขณะที่พวกเขากำลังทานอาหารเย็น ทำให้แอนนี่ พี่เลี้ยงเด็กของพวกเขาถูกตัดหัวโดยไม่ได้ตั้งใจ
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง
Theo James ธีโอ เจมส์

Tatiana Maslany

Christian Convery

ผู้กำกับ : Osgood Perkins
รีวิว The Monkey (2025) จ๋อจัดตาย
entertainment
นี่คือหนังเขย่าขวัญที่ได้ชื่อว่าเป็นการผนึกกำลังของ 3 ตัวพ่อตัวท็อปในการละเลงคอนเทนท์สยองได้อยู่หมัด ประกอบด้วย “เจมส์ วาน” นักสร้างหนังผีมือฉมัง ร่วมด้วย “สตีเฟน คิง” ตัวแม่มือเขียนเรื่องสยอง และ “ออสกูด เพอร์กินส์” ผู้กำกับความสยองที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ การรวมพลังของพวกเขากลายออกมาเป็น จ๋อจัดตาย” มหรสพสยองที่ชวนจ้ำจี้ให้คนดูได้ขบขันอย่างมีอรรถรสดีแท้
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากตุ๊กตาลิงไขลาน ที่พี่น้องฝาแฝด บิล และ ฮาล บังเอิญพบในกองของเล่นเก่าของพ่อในห้องใต้หลังคา พวกเขาไม่รู้เลยว่าการแกะกล่องปริศนาและไขลานตุ๊กตาในครั้งนั้นจะทำให้ทั้งเมืองเกิดความฉิบหายจนผู้คนต้องหนีตายภายใต้สถานการณ์สุดวายป่วง
หนังเรื่องนี้หยิบเอาเรื่องสั้นชวนพิศวงปนสยองของ สตีเฟน คิง มาทำการละเลงสร้าง โดยที่ได้ เจมส์ วาน รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการดูแลโทนความบันเทิงสยองครั้งนี้ จากฝีมือการสร้างสรรค์ของ ออสกูด เพอร์กินส์ ผู้กำกับหนุ่มที่ไอเดียกำลังลุกโชนในยุคนี้ รับหน้าที่กำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วยลีลาและสไตล์ที่ต้องเป็นเขาเท่านั้น ถึงสามารถจะกลั่นกรองออกมาได้ถึงแก่นถึงกึ๋นขนาดนี้
ต้องบอกเลยว่าผลงานชิ้นนี้ของออสกูด น่าจะอยู่คนละขั้วกับหนังสยองเข้มข้นเมื่อปีที่แล้วของเขา อย่าง Longlegs อย่างสิ้นเชิงสุด ๆ เพราะนี่คือความสยองที่ปะปนไปด้วยความหรรษา บียอนด์คำว่าจินตนาการออกไปอีก แต่ยังจัดจ้านในความสุดโต่งที่ใส่เข้ามาในลักษณะหยิกแกมหยอกได้เป็นอรรถรสที่คู่ควรได้เติมเต็มอารมณ์ให้กับผู้ชมได้อย่างถึงเครื่อง
เอาจริง ๆ บทหนังของ เรื่องนี้จะให้มองเป็นความอิหยังวะ มันก็อาจจะได้อยู่หรอก เพราะทุกซอกทุกมุมของหนังเรื่องนี้ คุณจะต้องไม่เอาตัวไปยืนเป็นบรรทัดฐานแห่งความสมเหตุสมผลใด ๆ เลยทั้งสิ้น ปล่อยจอยปล่อยเพลินไปกับคอนเทนท์ความสยองไปเรื่อย ๆ ในเรื่องนี้ และเป็นอีกเรื่องที่ยิ่งรู้น้อยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะดูสนุกมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
และออสกูดก็สามารถรังสรรค์คอนเทนท์สยองในอีกรูปแบบของเขาได้อย่างมีกึ๋น ทำให้เห็นว่าจะเป็นโหมดจริงจังเขาก็ทำได้ จะปรับมาเป็นโทนคารมขบขันจิกกัดเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาก็ยังทำออกมาได้ดีเช่นกัน ถือว่าเป็นบทหนังที่ประหลาดดีแต่ทว่าเล่าออกมาได้สนุกแบบหน้าตาย ขณะที่งานกำกับของเขาก็ดีตามมาตรฐานของออสกูดเลย เหมือนเขาอัดอั้นมาจากผลงานเรื่องก่อนที่เน้นความขึงขัง เลยมาปล่อยจอยใส่ไม่ยั้งกับงานชิ้นนี้ กลายเป็นชั่วโมงครึ่งที่คนดูคาดเดาอะไรไม่ถูกเลย