ดูหนัง The Fall Guy (2024) สตันท์แมนคนจริง
โคลท์ ซีเวอร์ส เป็นสตันท์แมนตกถอนตัวออกไปจากวงการเมื่อหลายปีก่อน ด้วยเหตุผลทางด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตของ เขากลับมาเข้าในวงการอีกครั้งเมื่อนักแสดงนำของภาพยนตร์สตูดิโอฟอร์มยักษ์เรื่องหนึ่ง ที่เป็นผลงานการกำกับของคนรักเก่าของเขาได้หายตัวไป เขาคือ โคลต์ ซีเวอร์ส นักแสดงสตันท์แมนที่เลือกจะผละตัวและออกจากอาชีพนี้ไปเมื่อปีก่อน เพื่อใส่ใจกับเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจของเขา แต่เขากลับถูกทาบทามให้กลับมารับหน้าที่อีกครั้ง หลังจากที่ดาราหนังที่สตูดิโอชื่อดังได้วางตัวเอาไว้และทุ่มทุนสร้างอย่างมหาศาลได้หายตัวไป การจึงต้องค้นหาและเรียกคืนจิตวิญญาณแห่งอาชีพของตัวเองกลับมาอีกครั้ง
โคลท์ ซีเวอร์ส นักแสดงแทนสตันต์ของฮอลลีวูดซึ่งทำงานเป็นสตั๊นท์แทนให้กับทอม ไรเดอร์ ดาราดังจากภาพยนตร์แอ็กชั่น ได้รับบาดเจ็บที่หลังระหว่างการแสดงสตั๊นท์ที่ผิดพลาด และละทิ้งอาชีพการงานและแฟนสาวของเขา โจดี้ โมเรโน ช่างกล้อง สิบแปดเดือนต่อมา โคลท์ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานรับจอดรถในร้านอาหารเม็กซิกันเล็กๆ ได้รับการติดต่อจากเกล เมเยอร์ โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ของทอม เธอบอกเขาว่าโจดี้กำลังกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ ซึ่งเป็นภาพยนตร์แนวอวกาศโอเปร่าเรื่อง Metalstorm ซึ่งนำแสดงโดยทอม และอยากให้โคลท์เข้าร่วมการผลิตในซิดนีย์ หลังจากมาถึงกองถ่าย โคลท์ก็ได้รู้ว่าโจดี้ไม่เคยขอเขาเลย และยังคงโกรธที่ทั้งคู่เลิกรากัน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นความพยายามที่ไม่ค่อยแยบยลในการระบายความคับข้องใจของเธอที่มีต่อโคลท์
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง
ไรอัน กอสลิง Ryan Gosling

เอมิลี บลันต์

แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน

ฮันนาห์ แวดดิงแฮม

ผู้กำกับ : เดวิด ลิตช์
รีวิว The Fall Guy (2024) สตันท์แมนคนจริง
beartai
ปีนี้ ลิตช์เลยขอเอาประสบการณ์จากการเป็นสตันท์แมนมืออาชีพ มาถ่ายทอดเรื่องราวเป็นครั้งแรกใน ‘The Fall Guy’ หนังเปิดโปรแกรมซัมเมอร์ประจำปีนี้ ที่ไม่เชิงรีเมก แต่เป็นการหยิบแรงบันดาลใจมาจากทีวีซีรีส์ฮิตของช่อง ABC ที่ฉายในช่วงปี 1981 – 1986 จากผลงานของ เกลน เอ. ลาร์สัน (Glen A. Larson) ที่เล่าเรื่องของ โคลต์ ซีเวอร์ (Colt Seavers) สตันท์แมนฮอลลีวูดที่มีชีวิตอีกด้านด้วยการออกปราบปรามอาชญากรในยามวิกาล โดยได้ ดรูว์ เพียร์ซ (Drew Pearce) ผู้กำกับ ‘Hotel Artemis’ (2018) มือเขียนบท ‘Iron Man 3’ (2013) และ ‘Hobbs & Shaw’ มารับหน้าที่เขียนบท
เล่าเรื่องของ โคลต์ ซีเวอร์ส (ไรอัน กอสลิง – Ryan Gosling) สตันท์แมนยอดฝีมือ ที่เกิดพลาดท่าในระหว่างแสดงจนทำให้เขาต้องวางมือ และพาให้ความสัมพันธ์ของเขากับ โจดี โมเรโน (เอมิลี บลันต์ – Emily Blunt) ตากล้องหญิงที่เคยคบหากับเขาจบไม่สวยไปด้วย จนวันหนึ่ง เขาถูกเรียกให้กลับมารับงานสตันท์ในกองถ่ายหนังฟอร์มยักษ์ ‘Metalstorm’ ที่โจดีเป็นผู้กำกับครั้งแรก แต่ไม่ใช่แค่นั้น ผู้อำนวยการสร้างบริหาร เกล เมเยอร์ (ฮันนาห์ แวดดิงแฮม – Hannah Waddingham) พบว่า ทอม ไรเดอร์ (แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน – Aaron Taylor-Johnson) นักแสดงชื่อดังผู้รับบทนำในหนังเรื่องนี้กลับหายตัวไปอย่างลึกลับ Stunt Double ขาประจำอย่างโคลต์ จึงต้องรับงานสตันท์สุดโหด พร้อมกับรับหน้าที่ค้นหาทอมเพื่อให้กลับมาแสดงหนังต่อ แถมยังต้องเคลียร์ปัญหาถ่านไฟเก่าสุดจะวุ่นวายไปพร้อมกัน
แน่นอนว่าพอตัวหนังหยิบเอาอาชีพสตันท์แมนมาเล่า ตัวหนังก็เลยเล่าเรื่องของคนทำงานอาชีพสตันท์ออกมาให้ได้เห็นในช่วงองก์แรก ที่น่าสนใจก็คือ ตัวหนังไม่ได้แค่สะท้อนภาพของคนทำงานอาชีพสตันท์ ที่อุทิศทั้งร่างกายและจิตใจ แต่มักจะไม่ค่อยได้รับเครดิตแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย (คือถ้าไม่หาชื่อตัวจิ๋ว ๆ ในเครดิต ก็ต้องมีข่าวบาดเจ็บ-เสียชีวิตในกองถ่ายก่อนนั่นแหละถึงจะมีคนรู้จัก) หรือแค่สะทัอนภาพของชีวิตจริงสตันท์แมน ทั้งอาการบาดเจ็บของสตันท์ที่ทำให้อาชีพต้องยุติจนต้องหันไปทำอาชีพอื่น รวมทั้งสภาพจิตใจของคนสตันท์ที่ต้องอดทนสู้ แม้ข้างในจะเหน็ดหน่ายกับปัญหาหลายอย่าง (ที่เอาจริงก็หดหู่เกินจะฮาอยู่นะ)
entertainment
เป็นเรื่องราวของ โคลต์ ซีเวอร์ส นักแสดงสตันท์แมนที่เลือกจะผละตัวและออกจากอาชีพนี้ไปเมื่อปีก่อน เพื่อใส่ใจกับเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจของเขา แต่เขากลับถูกทาบทามให้กลับมารับหน้าที่อีกครั้ง หลังจากที่ดาราหนังที่สตูดิโอชื่อดังได้วางตัวเอาไว้และทุ่มทุนสร้างอย่างมหาศาลได้หายตัวไป การจึงต้องค้นหาและเรียกคืนจิตวิญญาณแห่งอาชีพของตัวเองกลับมาอีกครั้ง
เอาจริง ๆ แค่เห็นชื่อ “เดวิด ลิตช์” ก็นับว่าไว้วางใจได้ในระดับหนึ่งเลย เพราะผลงานหนังบู๊มันส์ ๆ ในเครดิตผลงานของเขามีเพียบ ล้วนแต่เป็นหนังที่ชวนประทับใจและตราตรึงเป็นมีมอยู่หลายเรื่องด้วย และมาถึงใน The Fall Guy ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลยจริง ๆ นี่คืองานที่ผู้สร้างได้กระทำการเชิดชูเกียรติของอาชีพสตันท์แมนได้อย่างเกรียงไกร ซ้ำยังมีหยิบเอาเสน่ห์ของวงการภาพยนตร์ ทั้งอดีตและปัจจุบันมาปลุกปั้นสร้างเรื่องออกมาได้อย่างมีอรรถรส
โดยหนังเรื่องนี้ได้ “ดรูว์ เพียร์ซ” มือเขียนบทจาก Hobbs & Shaw มารับหน้าที่ปั้นสตอรี่ให้ ต้องสารภาพตรง ๆ ว่าจังหวะการเล่าเรื่องของ The Fall Guy อาจจะค่อนข้างสะเปะสะปะไปบ้างสักหน่อย มีทั้งจังหวะย้วย ๆ และจังหวะเอิ่ม ๆ ปะปนเข้ามาบ้าง แต่กระนั้นหนังก็สามารถดึงเสน่ห์ออกมาและจับทางได้ดีตลอดทั้ง 2 ชั่วโมง ที่อัดแน่นไปด้วยหลากหลายอารมณ์ในการเชิดชูวงการหนังโดยแท้
และนี่ก็คือหนังที่ค่อนข้างมีปัจจัยในการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายไม่น้อย เพราะโจทย์คือจะทำอย่างไรให้เป็นหนังที่มีจังหวะสนุกและทำให้คนดูคล้อยตามได้ตลอดทั้งเรื่อง ถึงจะไม่ใช่หนังที่บทสมบูรณ์แบบอะไร แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนังออกลีลาท่าทางได้ค่อนข้างสนุก นอกจากจะเน้นความเวอวังในงานสร้างฉากแอคชันสุดระห่ำต่าง ๆ แล้ว ยังค่อนข้างลงตัวเหมาะเจาะกับอารมณ์ความเป็นหนังโรแมนติกคอมเมดีอีกด้วย