William Peter Blatty กลับมาเขียนบทอีกครั้งหลังจากภาคแรกและมากำกับเองอีกด้วย จะบอกว่าพล็อตเรื่องมาแปลกระดับหนึ่งทีเดียวที่ผสมผสานระหว่างเรื่องผีกับแนวสอบสวนจนเป็นสยองขวัญพาเครียด บางทีจะต้องรู้สึกขัดแย้งแบบภาคสองที่พยายามผสมแนววิทยาศาสตร์ที่สุดท้ายไร้ความหมาย แต่เชื่อเถอะว่าออกมาลงตัวและสรุปเรื่องราวได้ดีกว่าเนื่องจากประเด็นส่วนใหญ่ที่เรื่องนี้พูดถึงจะเกี่ยวโยงไปหาภาคแรกแบบที่ต้องดูมาก่อนเท่านั้นจึงจะเข้าใจ แต่ถ้ามาดูภาคนี้แล้วไม่เคยดูภาคแรกอาจมีสับสนในสิ่งที่ตัวละครพูดหรือการหยิบประเด็นบางอย่าง เช่นตัวนักแสดง Jason Miller ที่มีแต่คนดูภาคแรกมาก่อนจึงจะคุ้นหน้าในฐานะหลวงพ่อที่ช่วยกันขับไล่ปีศาจจนต้องกระโดดลงบันไดเพื่อสยบปีศาจ ส่วนจะมาเกี่ยวข้องยังไงอันนี้ต้องตั้งใจดูกันซะหน่อยเพราะจะบอกที่มาที่ไปของตัวละครนี้
สังเกตว่าประเด็นที่ภาคสองทำเอาไว้หรือเรื่องราวต่างๆที่เชื่อมกับภาคแรกแทบจะหายอย่างไม่มีเยื่อใย ซึ่งนั้นมาจากเหตุผลของ William Peter Blatty ที่ค่อนข้างเกลียดภาคต่อพอสมควรจนไม่อยากให้เป็นชื่อภาคต่อที่สามด้วยซ้ำ แต่จนแล้วจนรอดเพื่อกระแสชื่อเสียงและรายได้จึงจำใจใช้ชื่อภาคต่อจากที่คิดไว้เป็นชื่อ “Exorcist 1990” ส่วนประเด็นเนื้อเรื่องยังคงเสียดสีศาสนาเช่นเดิมและเพิ่มอรรถรสเกี่ยวกับนักฆ่าราศีเมถุน (The Gemini Killer) ที่ดัดแปลงจากเรื่องจริงของฆาตกรจักรราศี (Zodiac Killer) นับว่าแปลกพอสมควรจากหนังไล่ผีมาเป็นหนังสืบสวนที่ไม่รู้ว่าจะจับผีหรือจับคนกันแน่