ดูหนัง The Equalizer 3 (2023) มัจจุราชไร้เงา 3
นับตั้งแต่ละทิ้งชีวิตในฐานะมืองสังหารของรัฐบาล โรเบิร์ต แมคคอลล์ (เดนเซล วอร์ชิงตัน) พบกับความยากลำบากในการที่จะประนีประนอมกับสิ่งเลวร้ายที่เขาเคยทำไปในอดีต และค้นพบวิธีการอยู่กับมันด้วยการรับใช้ความยุติธรรมในฐานะผู้ถูกกดขี่ ก่อนที่เขามาอาศับอยู่ที่บ้านในอิตาลีตอนใต้ ที่ซึ่งเขาค้นพบเพื่อนใหม่ที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาชญากรท้องถิ่น ในขณะที่สถานการณ์รุนแรงขึ้น แมคคอลล์ รู้ว่าสิ่งที่เขาต้องทำก็คือ ต้องปกเพื่อนของเขาด้วยการจัดการมาเฟีย ที่โรงกลั่นไวน์อันเงียบสงบในซิซิลี โรเบิร์ต แม็กคอลล์ฆ่าคนร้ายชื่อลอเรนโซ วิทาเล และลูกน้องของเขาเพื่อเอากุญแจห้องนิรภัยของโรงกลั่นไวน์และเอาเงินที่ขโมยมาจากการโจรกรรมทางไซเบอร์คืนมา ขณะกำลังออกจากโรงกลั่นไวน์ โรเบิร์ตถูกหลานชายของวิทาเลยิงที่หลัง โรเบิร์ตคิดฆ่าตัวตายเพราะได้รับบาดเจ็บ แต่กลับนั่งเรือข้ามฟากกลับแผ่นดินใหญ่ ขณะขับรถอยู่บนชายฝั่งอามาลฟี โรเบิร์ตจอดรถและหมดสติเพราะตกใจ จิโอ โบนุชชี เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นพบตัวและช่วยชีวิตเขาไว้
อ่านบทความ ดูหนัง มัจจุราชไร้เงา The Equalizer
อ่านบทความ ดูหนัง มัจจุราชไร้เงา 2 The Equalizer 2
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง
เดนเซล วอร์ชิงตัน Denzel Washington

ดาโกตา แฟนนิง

เดวิด เดนแมน

ผู้กำกับ : อวงตวน ฟูควา
รีวิว The Equalizer 3 (2023) มัจจุราชไร้เงา 3
beartai
ในภาคนี้ แม็กคอล (เดนเซล วอชิงตัน – Denzel Washington) ตัดสินใจวางมือจากการเป็นมัจจุราชไร้เงา แล้วก็เดินทางออกไปใช้ชีวิตในอัลโตมอนเต (Altomonte) เมืองเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของอิตาลี แต่แทนที่จะได้พักผ่อนจากการเป็นนักสังหาร และเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางเพื่อนบ้านเจ้าถิ่นผู้โอบอ้อมอารี แต่สุดท้าย แม็กคอลหรือลุงโรแบร์โตในภาคนี้ เลือกที่จะเอาชีวิตเข้าไปพัวพันกับแก๊งมาเฟียอิตาลีผู้กว้างขวาง ควบคุมโดยสองพี่น้องควอรันตา
พวกเขารุ่งเรืองจากการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และรีดไถค่าคุ้มครองจากชาวบ้านร้านตลาด โดยมีโรงงานผลิตไวน์บังหน้า เพื่อผดุงความยุติธรรมและสงบสุขให้กับชาวบ้าน แม็กคอลจึงตัดสินใจหันกลับมากดปุ่มจับเวลาสะสางอิทธิพลชั่วให้สิ้นซาก โดยมี เอ็มมา คอลลินส์ (ดาโกตา แฟนนิง – Dakota Fanning) เจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ คอยสืบข้อมูลอยู่เบื้องหลัง
อีกสิ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนของภาคนี้ก็คือ การเดินเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้ตัวหนังจะเริ่มเรื่องได้เร็ว (เพราะไม่ต้องปูเรื่องอะไรมากมาย) แต่ Pacing รวม ๆ ถือว่าค่อนข้างช้านะครับ ในองก์แรกจะเห็นชัดเลยว่าตัวหนังพยายามจะเล่าเรื่องของแม็กคอลกับสังคมชาวบ้าน แม็กคอลในภาคนี้ก็ไม่ต่างกับพล็อตซามูไรพลัดถิ่นตกระกำลำบาก จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้าน และเมื่อชาวบ้านเดือดร้อน ด้วยความสำนึกในข้าวปลาและหยูกยา ก็เลยต้องแทนคุณด้วยการออกปราบคนชั่ว ผ่านพล็อตแบบสืบสวนสอบสวน และฉากแอ็กชันที่คั่นเอาไว้ระหว่างทาง
ตัวบทหนังค่อนข้างชัดเจนในการพยายามจะทำให้ตัวหนังมีหัวจิตหัวใจ มีอารมณ์ร่วมมากขึ้น ด้วยการทุ่มเวลาในองก์แรกไปกับการบอกเล่าชีวิตในปัจจุบันของแม็กคอล ที่ต้องพบเจอกับทั้งสถานการณ์พลิกผันในองก์แรก ที่เป็นตัวบอกแบบกลาย ๆ ว่าเขาเองแก่เกินไปสำหรับการเป็นมัจจุราชไร้เงา ถืงเวลาที่จะต้องรีบ ๆ วางมือ มูฟออนจากอดีตอันโหดร้ายเสียที แต่นั่นก็ทำให้เขาเกิดความสับสนในจิตใจ โดยเฉพาะเรื่องของความดีและความชั่วที่เขาได้กระทำลงไป แม้ที่ผ่านมาเราจะได้เห็น (และรู้สึกสะใจ) ไปกับการออกกำจัดคนชั่วจนตายอย่างทรมานของแม็กคอล
entertainment
สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ส่วนตัวคือผมตั้งตารอมานานพอสมควร เพราะนี่นับเป็นแฟรนไชส์แอ็คชั่นที่ผมชอบมากๆ ทว่าเมื่อได้ดูจริงๆ ต้องบอกตามตรงว่าแอบผิดหวังเล็กน้อยอยู่เหมือนกัน อาจเป็นเพราะคาดหวังเอาไว้ว่าจะได้เห็นฉากแอ็คชั่นที่ดุเดือดสะใจเหมือนกับ 2 ภาคแรก ซึ่งกลายเป็นว่าในภาคนี้ฉากแอ็คชั่นกลับน้อยลงมากๆ แต่ก็เข้าใจเพราะเขามุ่งเน้นไปที่เรื่องราวและบทสรุปของตัวละครมากกว่า อย่างไรก็ตาม ถึงผมจะบอกว่าแอบผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ชอบหรือตัวหนังไม่ดี เพราะที่จริงมันก็ออกมาดีใช้ได้ นับว่าเป็นการปิดไตรภาคที่สวยงามเลยก็ว่าได้ บทเขียนมาดี ง่ายๆ
แต่ทรงพลัง เขาใช้ช่วงเวลาครึ่งเรื่องแรกไปกับการปูเรื่องราวสลับกับการเจาะลึกสู่จิตใจของตัวละคร ชอบมากที่เขาเปิดด้วยการให้หมอถามพระเอกว่าคุณเป็นคนดีหรือคนไม่ดี? ซึ่งพระเอกตอบกลับว่า “ไม่รู้” มันบ่งบอกให้เห็นถึงความสับสนของตัวพระเอกเองว่าสรุปเขาเป็นคนยังไง เขาทำความดีก็จริง แต่การทำความดีของเขาทุกครั้งมันต้องมือเปื้อนเลือดเพราะต้องสังหารคนไม่ดี นอกจากนี้ยังมีฉากที่พระเอกคิดย้อนไปถึงอดีตตอนที่เขาสังหารผู้คนด้วย มันยิ่งย้ำไปอีกว่าเขาเองก็อยากพอกับการเป็นนักฆ่าเต็มทีแล้ว
คำถามที่คุณหมอถามพระเอกมันไม่ได้จบไปแค่ต้นเรื่อง เพราะหลังจากพระเอกใช้ชีวิตในเมืองนี้ได้ซักพัก เขาก็ถามหมออีกครั้งว่าทำไมถึงช่วยเขา และไว้ใจเขาได้ขนาดนี้ หมอก็ตอบกลับมาว่า “มีแต่คนดีเท่านั้นที่จะตอบว่าไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนดีหรือไม่คนไม่ดี” ซึ่งมันเป็นบทพูดสั้นๆ แต่ก็ทำให้เราคิดตามได้ว่ากันจริงอย่างหมอบอก ส่วนตัวผมมองว่าหนังภาคนี้จะสนุกขึ้นมากๆ ถ้าเราดูแบบรวดเดียว 3 ภาคติดๆ กัน
เพราะเราจะได้อินและเข้าใจการเดินทางของตัวละครมากกว่านี้ พอเว้นว่างหลายปี มันเลยแอบผิดหวังนิดๆ เพราะอยากจะเห็นฉากแอ็คชั่นเนี่ยแหละ แต่ถึงแม้ฉากแอ็คชั่นจะน้อย แต่ทุกฉากที่ใส่มามันเดือดและสะใจมาก เรียกได้ว่าน้อยแต่มาก เริ่มจากฉากเปิดเรื่องที่เปิดมาโคตรจะเท่ ให้เห็นเลยว่าพระเอกนี่เก๋าเกมจริงๆ ไม่หวั่นเกรงอะไรเลย ฉากต่อมาคือตอนสังหารน้องมาเฟียที่มาซ่าป่วนเมือง หนังปูให้เราเกลียดตัวละครนี้เกือบครึ่งเรื่อง และค่อยสังหารมันทิ้งแบบสะใจสุดๆ ปิดท้ายด้วยฉากท้ายเรื่องที่โคตรจะเลือดเย็นด้วยการให้กินยาและคลานหนี จากนั้นพระเอกก็เดินตามจ้องหน้าเรื่อยๆ จนหมดลม ซึ่งแน่นอนว่าทุกซีนพระเอกแทบไม่ต้องออกแรงอะไรมากเลย สมกับชื่อมัจจุราชไร้เงาจริงๆ