ดูหนัง The Dark and the Wicked (2021) เฮี้ยน หลอน ซ่อนวิญญาณ
ในฟาร์มอันเงียบสงบของเมืองชนบทที่ดูอึมครึม ชายชราคนหนึ่งกำลังจะตายอย่างช้าๆ สองพี่น้อง “ไมเคิล” (ไมเคิล แอ็บบอท จูเนียร์) และ “ลูอิส” (มาริน ไอร์แลนด์) จึงกลับมาดูใจพ่อของพวกเขา และในระหว่างนั้นแม่ของพวกเขาก็ฆ่าตัวตายอย่างประหลาด พวกเขาจึงสงสัยว่ามีบางอย่างที่ชั่วร้ายกำลังครอบงำครอบครัว และในตอนนี้มันก็กำลังรังควานพวกเขา พี่น้องหลุยส์และไมเคิลกลับมาที่ฟาร์มของครอบครัวในเท็กซัสเมื่ออาการป่วยเรื้อรังของพ่อดูเหมือนจะเข้าสู่ระยะสุดท้าย แม่ของพวกเขาดูจะวิตกกังวลเมื่อพวกเขามาถึงและแสดงความปรารถนาให้ลูกๆ ออกไป ในคืนนั้น เธอผูกคอตายในโรงนาหลังจากตัดนิ้วตัวเองขาดในครัว (โดยไม่ได้ตั้งใจ)
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง
Marin Ireland มาริน ไอร์แลนด์

Michael Abbott Jr.

Xander Berkeley

ผู้กำกับ : Bryan Bertino
รีวิว
ดูแล้วมาบ่น
ถือว่าเป็น ‘หนังผี’ ที่บริสุทธิ์ มันตรงไปตรงมา ขายน่ากลัวไปเลย ไม่ได้มีประเด็นอะไรซับซ้อน เป็น Back to Basic ที่ดูเอาลุ้นจากจังหวะตุ้งแช่ก็ต้องบอกว่าได้ผล และเพิ่มด้วยการใช้ ‘ความมืด’ ให้เข้ากับคอนเซปต์ของหนังที่มันเปลี่ยนบรรยากาศของบ้าน และฟาร์มที่แสนจะเวิ้งว้างให้ดูไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่หนังผีเรื่องหนึ่งควรจะมี เรื่องนี้ก็มีให้เราครบแหละ แต่มันก็เป็นแค่ความบันเทิงที่อยู่ได้แค่ ‘ชั่วคราว’ เมื่อทุกอย่างจบลง มันก็เป็นแค่การเข้าบ้านผีสิงที่ออกมาปุ๊บ ทุกอย่างก็กลับสู่ความปกติ
.
.
หนังใช้ช่องว่างระหว่างคนสองกลุ่มมาเป็นตัวเล่าเรื่อง เมื่อ ‘พ่อแม่’ ที่ถูกปล่อยให้ใช้ชีวิตกันตามลำพัง เลี้ยงแกะ ดูแลพ่อที่ป่วยติดเตียง แต่แล้วแม่ก็ถูกบางอย่างเข้าสิง-หลอกหลอนจนสติเริ่มไม่อยู่กับตัว และในขณะเดียวกัน ‘ลูก’ ก็กลับมาอยู่ด้วย พวกเขาเลยได้พบกับความหลอนที่ตบตีกันระหว่างความจริง-ความฝัน ตัวน้องสาวเองก็เจอเหตุการณ์สารพัดที่เริ่ม ‘จริง’ ขึ้นทีละนิด และตัวพี่ชายก็เริ่มเจอตามกัน กลายเป็นว่าการอยู่ที่บ้านหลังนี้คือการอยู่ท่ามกลางคำสาปที่หาคำตอบไม่ได้ แถมพวกเขายังต้องมาเสียแม่ไปโดยไม่ทันตั้งตัว ซึ่งระหว่างอยู่ที่บ้าน และการเผชิญหน้าต่อความลึกลับนี่ล่ะคือ ‘ความสนุก’ มีซีนที่ ‘เอาอยู่’ แบบทำเราเอามือปิดปากเพราะเกือบหลุดสาวแตกอยู่เหมือนกัน
.
.
ถ้าใครที่อ่อนไหวกับ ‘ความมืด’ และการหลอกแบบต่อหน้าต่อตา ก็น่าจะ ‘กลัว’ หนังเรื่องนี้อยู่นะ พอหนังใช้สอยจังหวะพวกนี้คุ้มอยู่ และการที่หนังใช้ ‘คนแก่’ เป็นเหมือนตัวละครที่คาดเดาไม่ได้เข้ามาเสริมอีก มันยิ่งไปกันใหญ่ มันทำให้เรานึกถึงหนังเรื่อง Relic เมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ยังไม่เฮี้ยนคนแก่เท่า The Visit และ It Chapter 2 บวกกับตำนานของปีศาจ-ซาตานแห่งทุ่งหญ้าของฟาร์มแกะ ที่พระเจ้าก็ไม่สามารถต้านความชั่วร้ายได้ ซึ่งอย่าหวังว่าหนังจะมีเฉลยเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะหนังถูกวางให้เราทำหน้าที่ ‘กลัว’ และก็กลับบ้านนอนเท่านั้น ประเด็นอะไรก็รู้สึกไม่ได้ ขายความหลอกแบบตุ้งแช่เท่านั้น