ดูหนัง The Client (2011) หักแผนฆ่า ล่าตัวบงการ
เล่าถึง ฮันชอนมิน (Hyuk Jang) ชายหนุ่มที่เพิ่งขับรถกลับมาถึงอพาทเมนต์ ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากที่นั่นกลายเป็นสถานที่ก่อเหตุฆาตกรรมภรรยาของ ฮันชอนมิน แต่ในสถานที่เกิดเหตุกลับไม่พบศพของเธอ สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงแค่กองเลือดเท่านั้น ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นตัว ฮันชอนมิน นั่นเอง ในกระบวนการพิจารณาคดีทาง มินโฮ (Hee-soon Park) อัยการที่ทำคดี มีเพียงหลักฐานแวดล้อมเท่านั้นที่เชื่อมโยงไปหา ฮันชอนมิน ในเมื่อไม่พบศพและอาวุธสังหาร ในวันครบรอบแต่งงานของเขา ฮันชอลมิน ( จางฮยอก ) ขับรถเข้าไปในลานจอดรถของอพาร์ตเมนต์ของเขาและเห็นฝูงชนจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ที่ทางเข้าอพาร์ตเมนต์ของเขา เขาเดินเข้าไปพร้อมกับถือช่อดอกไม้สำหรับภรรยาของเขา แต่กลับพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจัดกระจายอยู่เพื่อรวบรวมหลักฐาน ในห้องนอนของเขา มีแอ่งเลือดขนาดใหญ่หยดลงบนพื้นจากเตียง และภรรยาของเขาก็หายไปไหนไม่รู้ จากนั้นฮันก็ถูกใส่กุญแจมือ จับกุม และนำตัวไปควบคุมตัวโดยตำรวจในข้อหาฆาตกรรมเธอ
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง
Ha Jung woo ฮาจองวู
Park Hee-soon
Jang Hyuk
ผู้กำกับ : Sohn Young-sung
รีวิว
หนังโปรดของข้าพเจ้า
1) ใครชอบหนังแนว courtroom drama ต้องไม่พลาดเลยครับ มันอาจจะไม่ใช่เกรดขึ้นหิ้งหรือทรงคุณค่าอะไรขนาดนั้นแต่สำหรับคนที่ชอบหนังว่าความในศาล มีความสุขที่ได้เห็นทนายจำเลยเล่นเล่ห์เหลี่ยมสู้กับอัยการโจทก์ในศาล ก็นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว (ไม่ต้องทะลึ่งไปเทียบ 12 Angry Men, Witness for the Prosecution หรือ Anatomy of a Murder หรอกนะ)
2) หนังเปิดเรื่องมาด้วยฉาก ‘ฮัน’ เพิ่งกลับมาถึงบ้านก็ถูกจับข้อหาฆาตกรรมภรรยา แต่ว่าตำรวจและอัยการไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิดเขาสักอย่าง นอกจากปักใจเชื่อว่ายังไงไอ้หมอนี่แหละเป็นฆาตกรแน่นอน 100% ไม่รู้ไปเอาความมั่นใจขนาดนี้มาจากไหนกัน หนังก็ทำได้ชวนสงสัยว่ามันต้องมีลับลมคมในอะไรบางอย่างแน่ ๆ
3) ‘ฮัน’ ได้จ้างให้ ‘ทนายคัง’ (แสดงโดย ฮา จอง วู) เป็นทนายแก้ต่างคดีให้ ซึ่งคังก็พบว่าคดีนี้มีความผิดปกติหลายอย่าง เช่นภาพจากกล้องวงจรปิดถูกเก็บไปโดยฝ่ายอัยการที่มาเอาภาพก่อนตำรวจถึงที่เกิดเหตุเสียอีก
4) ต้นเรื่องมันมีฉากที่ฝ่ายอัยการพยายามล็อบบี้ข่มขู่ผู้พิพากษาด้วยการพูดถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ตอนนั้นเราคิดว่ามันคงกลายเป็นหนังที่จำเลยโดนรังแกแหงๆ แต่ก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าผู้พิพากษายังคงทำหน้าที่ได้อย่างเป็นกลาง ราวกับว่ามันคือหนังที่สะท้อนให้เห็นความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของระบบตุลาการบ้านเขา
5) ฉากซักถามพยานในศาลไม่ได้น่าจดจำสักเท่าไร มันยังดูธรรมดามาก ๆ เมื่อเทียบกับหนัง courtroom drama เรื่องอื่นที่ทนายทั้งสองฝ่ายใช้ไหวพริบ ใช้คำพูดต้อนพยานอีกฝ่าย แต่ว่าโมเม้นท์ที่น่าจดจำของ กลับเป็นฉากกล่าวปิดคดีในศาลของฮา จอง วูที่ให้หันไปดูประตูนั่นแหละ เป็นหนึ่งในฉากน่าจดจำของพวกหนังว่าความในศาลได้สบาย ๆ
6) ชอบความที่หนังมันพูดถึงทนายความกับอัยการที่ต่างมีรอยด่างพร้อยของหน้าที่การงาน คนหนึ่งก็มีปัญหาเรื่องการเก็บความลับ อีกคนก็มีปัญหาเรื่องการสืบสวนนอกอำนาจกฎหมาย(จึงไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้) ชอบตรงที่ทั้งคู่ไม่ใช่คนเลวเพียงแต่เป็นคนที่เลือกตัดสินความจากสิ่งที่ตัวเองเชื่อ หรือจะบอกว่าทั้งคู่เป็นศาลเตี้ยด้วยดุลพินิจของตัวเองก็ว่าได้
7) ซึ่งมันนำมาสู่คำถามต่อทัศนคติคนดูที่ว่า หากเราไม่มีหลักฐานใด ๆ จะเอาผิดผู้ต้องหา เราจะเลือกเชื่อว่าการปล่อยคนผิด 10 คนดีกว่าลงโทษผู้บริสุทธิ์ 1 คน หรือเราจะเลือกตัดสินเขาโดยปราศจากหลักฐาน