ดูหนัง The Adam Project (2022) ย้อนเวลาหาอดัม
หลังจากประสบอุบัติเหตุยานตกในปี 2022 อดัม รี้ด นักบินรบข้ามเวลาก็ต้องร่วมมือกับตัวเขาเองเมื่อตอนอายุ 12 ในภารกิจกอบกู้อนาคต เรื่องราวของ อดัม รี้ด (ไรอัน เรย์โนลด์ส) นักบินหนุ่มที่ได้เดินทางข้ามเวลา หลังจากประสบอุบัติเหตุยานตกในปี 2022 ก็ได้ย้อนเวลากลับไปและแอบเข้าไปในบ้านลึกลับแห่งหนึ่งจึงพบเข้ากับเด็กวัย 13 ปี และต่อมาก็ได้รับการเปิดเผยว่าเป็นร่างในวัยเด็กของตัวเขาเอง เขาทั้งสองจึงต้องร่วมมือกันตามหาพ่อ ( มาร์ค รัฟฟาโล ) พร้อมกับทำภารกิจกอบกู้อนาคต ในปี 2050 ที่โลกดิสโทเปีย นักบินขับไล่ อดัม รีด ขโมยเครื่องบินเจ็ตข้ามเวลาเพื่อหนีไปยังปี 2018 เพื่อช่วยชีวิตลอร่า ภรรยาของเขา ซึ่งถูกโซเรียนสั่งลอบสังหาร ระหว่างการหลบหนี เขาได้รับบาดเจ็บและเครื่องบินตกในปี 2022 ซึ่งเขาได้พบกับตัวเองตอนอายุ 12 ปี ซึ่งถูกพักการเรียนหลังจากถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน และห่างเหินจากเอลลี แม่ของเขา หลังจากหลุยส์ รีด พ่อของเขาเสียชีวิตในปีก่อนหน้า
ในตอนแรก รีดยังไม่ไว้ใจตัวเองในอนาคต แต่รู้ว่าเขากำลังพูดความจริง เมื่ออดัมในปี 2050 พูดถึงชีวิตของเขาและรู้จักสุนัขของเขา อดัมในปี 2050 ตัดสินใจพาตัวเองในวัยเยาว์ไปด้วยเพื่อไปหาลอร่าในปี 2018 เมื่ออาการบาดเจ็บของเขาหายดี ในไม่ช้า อดัมทั้งสองก็ถูกมายา โซเรียน ผู้นำของโลกดิสโทเปีย และคริสตอส ผู้ช่วยของเธอ โจมตี อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้รับการช่วยเหลือโดยลอร่า ซึ่งแกล้งตายและอยู่นอกระบบในสถานที่ที่ไม่รู้จักโดยใช้ปืนและ MAG/CYL พลาสม่าหลังจากสูญเสียผู้ไล่ตามไปชั่วครู่ ลอร่าและอดัมส์ก็รู้ว่าหลังจากที่หลุยส์ประดิษฐ์การเดินทางข้ามเวลาและการตายของเขา โซเรียนได้ผูกขาดการค้นพบนี้ไว้ พวกเขาพบว่าโซเรียนมาและแนะนำตัวเองในปี 2018 บ่อยครั้งเพื่อรักษาความมั่งคั่งและอำนาจในอนาคต ที่ซ่อนของลอร่าถูกคริสตอสค้นพบ ลอร่าช่วยพวกเขาไว้ได้ในขณะที่อดัมส์สองคนหลบหนี โดยเสียสละตัวเองในขณะที่โซเรียนระเหยไป
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง
ไรอัน เรย์โนลด์ส Ryan Reynolds

วอล์คเกอร์ สคอเบลล์

มาร์ค รัฟฟาโล่

เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์

ผู้กำกับ : ชอว์น เลวี่
รีวิว The Adam Project (2022) ย้อนเวลาหาอดัม
beartai
ตามชื่อเรื่องเลย…อดัม นักบินในโลกอนาคตปี 2050 ได้ขโมยยานติดไทม์แมชชีนเพื่อกลับไปยังปี 2018 เพื่อตามหาคนรักแต่เกิดข้อผิดพลาดจนเขามาโผล่ในปี 2022 และที่นี่เองที่เขาได้พบกับตัวเขาเองในวัย 12 ปี และเพื่อให้สามารถตามหาแฟนสาวได้ทันอดัมทั้ง 2 จำเป็นต้องร่วมมือกันก่อนจะสายเกินไป
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ ‘The Adam Project’ ยืนอยู่เหนือหนังใน Netflix เรื่องอื่นคงหนีไม่พ้นแนวคิดแบบหนังบล็อกบัสเตอร์และทำแบบหนังบล็อกบัสเตอร์กล่าวคือมันถูกปั้นหน้าหนังมาให้คนคาดหวังความสนุกของมันได้จากงานดีไซน์ต่าง ๆ ทั้งคอสตูมเอย การออกแบบงานสร้างเอยไปจนถึงสื่อประชาสัมพันธ์ที่คาดชื่อไรอัน เรย์โนล์ดส์มาเป็นจุดขาย พ่วงด้วยเครดิตงานกำกับของชอว์น เลวี (Shawn Levy) ที่เพิ่งร่วมงานกับเรย์โนลดส์ไปใน ‘Free Guy’ และยังไม่ใช่คนอื่นคนไกลของ Netflix เพราะเขาก็คือโชว์รันเนอร์ของซีรีส์ ‘Stranger Things’ นั่นเอง
แต่ก็เป็นดาบสองคมเหมือนกันเพราะพอหนังเล่นใหญ่และประกาศตัวเองลง Netflix คนดูบางส่วนอาจรู้สึกว่านี่จะเป็นหนึ่งในหนังตีหัวเข้าบ้านอีกหรือเปล่าเพราะเราก็อกหักไปไม่ใช่น้อยสำหรับหนังในแพลตฟอร์มสตรีมมิงชื่อดังเจ้านี้ แต่ผมขอการันตีได้เลยว่างานนี้ เออ…ของจริงว่ะ ! บอกว่าจะไซไฟก็ไซไฟแบบเต็มเหนี่ยว บอกว่าจะมีฮาก็ได้หลายครืน แถมยังเซอร์ไพร์สด้วยดราม่าที่ไม่คิดว่าหนังจะทำเอาน้ำตารื้นได้ขนาดนั้นด้วยนะ
โดยหัวใจสำคัญของ ‘The Adam Project’ คงหนีไม่พ้นบิ๊กไอเดียที่ว่า “ถ้าเรากลับไปบอกตัวเองตอนเด็กได้ เราจะบอกอะไร” ซึ่งมันสามารถจับหัวใจคนดูได้อยู่หมัดตั้งแต่การสร้างตัวละครอดัมให้ห่างไกลจากคำว่าเพอร์เฟกต์สุด ๆ จนเรียกได้ว่าเป็นลูสเซอร์ (Looser) คนนึงก็ไม่ผิดนัก แถมยังเป็นลูสเซอร์ยันตัวตนในโลกอนาคตที่แม้จะมีแฟนสาวสุดสวยทว่าเขาก็ดันต้องมาตามหาเธอแบบข้ามกาลเวลาและได้กลับมาเจอตัวเองในวัย 12 ซึ่งเพิ่งผ่านเหตุการณ์สูญเสียคุณพ่อมาไม่นาน
ซึ่งหัวใจของเรื่องก็ถูกถ่ายทอดได้อย่างดีผ่านการแสดงของไรอัน เรย์โนลดส์และวอล์คเกอร์ สโคเบลล์ (Walker Scobell) ที่แสดงถึงคาแรกเตอร์เหมือนที่แตกต่างของอดัมในสองช่วงวัยได้อย่างมีสีสัน โดยเฉพาะในรายของเรย์โนลดส์ที่สามารถส่งอารมณ์ให้สโคเบลล์ได้อย่างยอดเยี่ยมและเชื่อจริง ๆ ว่าอดัมในอนาคตเองก็เสียใจไม่น้อยกับหลาย ๆ เรื่องที่ผ่านมาในชีวิต และยังส่งมุกทะเล้นกวนกันได้น่ารักน่าชังและสร้างความบันเทิงไม่น้อยเมื่อพวกเขาได้ร่วมจอกัน
entertainment
เป็นหนังที่รู้สึกได้ว่าไม่ต้องคาดหวังอะไรก็ได้ เพราะมันน่าจะตอบโจทย์ผู้ชมได้ดี เพราะนี่คือการกลับมาจับมือกันอีกครั้งของ “ไรอัน เรย์โนลด์ส” กับผู้กำกับ “ชอว์น เลวี่” ที่พวกเขาเพิ่งจะผนึกกำลังความปังมาหมาดๆ ใน “Free Guy” และเขาทั้งคู่ก็มาปลุกปั้นโครงการใหม่อีกครั้งใน “The Adam Project” (ย้อนเวลาหาอดัม) หนังแอคชั่นผจญภัยไซไฟเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาที่เหนือจินตนาการ แม้ว่าโครงเรื่องจะมาในแนวสูตรสำเร็จที่ไม่ต้องคิดมาก แต่ก็สนุกเพลินได้ดีทั้งเรื่อง โดยเฉพาะแค่ทีมนักแสดงก็เอาอยู่!
The Adam Project เป็นเรื่องราวของ อดัม รี้ด เด็กชายวัย 12 ที่เพิ่งจะเผชิญหน้ากับความสูญเสียพ่อที่เพิ่งจากไป แต่ปรากฏว่าเขาได้พบกับชายปริศนาในชุดนักปริศนาโผล่มาอยู่ที่สวนหลังบ้าน เขามีท่าทีคุ้นเคยกับบ้านและตัวเขาเป็นอย่างดี ก่อนจะพบว่าชายคนนั้นก็คือเขาที่เดินทางข้ามเวลามาจากอนาคต และเขาคนนั้นกลับมาเพื่อภารกิจเพื่อยับยั้งปฏิบัติการอดัมที่กำลังจะส่งผลกระทบและเป็นหายนะของมวลมนุษยชาติในภายภาคหน้า
ก็อย่างที่บอกว่านี่เป็นอีกครั้งที่เป็นการผนึกกำลังกันระหว่าง ไรอัน เรย์โนลด์ส กับ ชอว์น เลวี่ ผู้ที่มากด้วยพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์หนังที่สอดแทรกความตลกโปกฮาได้อย่างมีอินเนอร์และจังหวะที่ดี และนี่น่าจะเป็นกลับมาร่วมงานของพวกเขาที่น่าจะต่อเนื่องจาก Free Guy และดูเหมือนการทำงานก็ยังคงเข้าขากันได้เป็นอย่างดี แม้ว่าความตื่นตาตื่นใจด้วยเทคนิคพิเศษต่างๆ ในหนังเรื่องนี้จะน้อยกว่าเรื่องก่อนไปสักหน่อย แต่ก็ยังคงความสนุกเอาไว้ได้
หนังได้วางพื้นฐานเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลามาเป็นตัวชูโรง ทำให้มีกลิ่นอายความเป็นหนังคลาสสิกอย่าง “Back to the Future” โชยมาเรื่อยๆ แต่มันก็ถูกพัฒนาการและขัดเกลาบทหนังออกมาให้ดูน่าสนใจ แม้ว่าจะยังมีหลายส่วนที่ขาดๆ เกินๆ และช่องโหว่อยู่เยอะไปหมดก็ตาม แต่ก็ต้องขอบคุณสูตรสำเร็จที่ช่วยพยุงโทนหนังและอารมณ์ของหนังเอาไว้ได้คงเส้นคงวา