ดูซีรี่ย์ Stranger Things Season 1 (2016) สเตรนเจอร์ ธิงส์ ซีซั่น 1 สิ่งแปลกประหลาดเริ่มเกิดขึ้นในเมืองฮอว์กินส์ รัฐอินเดียนา เมื่อการหายไปอย่างกะทันหันของเด็กชายคนหนึ่งทำให้ค้นพบเด็กหญิงที่มีพลังเหนือโลก ซีซั่นเริ่มต้นด้วยการหายตัวไปอย่างลึกลับของเด็กชายชื่อวิลล์ ไบเออร์ส หลังจากเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ขณะที่เพื่อนๆ ครอบครัว และหัวหน้าตำรวจท้องที่ออกตามหาเขา พวกเขากลับพบห้องทดลองลับของรัฐบาลที่ทำการทดลองเกี่ยวกับมิติคู่ขนานและเด็กสาวลึกลับผู้มีพลังจิตที่ชื่ออีเลฟเวน
อ่านรีวิวก่อน ดูหนังนักแสดง
Millie Bobby Brown
Finn Wolfhard
Winona Ryder
David Harbour
ผู้กำกับ
Matt Duffer / Ross Duffer
รีวิวหนัง Stranger Things Season 1 ดูหนัง
ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่ง ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม่ของเขา เพื่อนและตำรวจ ต่างพยายามช่วยกันหา ซึ่งใครหลายคนเชื่อว่าเด็กชายคนนี้หายตัวไปแล้ว แต่เมื่อสืบไปสืบมาก็รู้ว่าการหายตัวนั้น เกิดขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ โดยที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในโลกนี้ และรวมถึงสถาบันวิจัยลับที่อยู่ในเมืองแห่งนี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมๆกับเด็กหญิงคนหนึ่ง เด็กสาวคนแปลกหน้า ที่อยู่ดีๆก็โผล่ออกมา ซึ่งเธอไม่ใช่เด็กธรรมดาและเธอก็จะกลายมาเป็นบุคคลสำคัญของในเรื่องนี้ ก็เขาจะมีวิธีหาตัวเด็กชายคนนี้ได้อย่างไร
เป็นซีรีย์ที่นับว่ามีการวางโครงเรื่องอย่างชาญฉลาดและมีการเล่าเรื่องที่น่าติด สร้างปมสงสัยให้กับคนดูเป็นอย่างมาก ชาญฉลาดในการให้ความสำคัญกับตัวละครทุกตัว และเมื่อถึงตอนสำคัญ ตัวละครเหล่านั้นจะกลายเป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง จนเรารู้สึกว่าไม่อาจขาดใครไปได้เลย
ซีรี่ย์เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงยุคปี 80 เป็นช่วงที่ เทคโนโลยียังไม่ได้เจริญก้าวหน้าอย่างเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นผู้กำกับและคนเขียนบทจึงใช้ความไม่สมบูรณ์เท่าปัจจุบันในการเล่าเรื่องได้อย่างดีเช่นเทคโนโลยีในการถ่ายภาพเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์ ต่างการคมนาคมต่าง ๆ อยากมีประสิทธิภาพ
เชื่อว่าผู้กำกับและคนเขียนบท จะต้องมีความผูกพันกับช่วงยุค 80 อย่างเต็มที่เพราะซีรีย์ได้สอดแทรกสัญลักษณ์สำคัญของความเป็นวัฒนธรรมป๊อปในช่วง 80 ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เพลง การแต่งกาย การเล่นของเด็ก ความนิยมของผู้คนสอดแทรกไปในสิ่งละอันพันละน้อยของแต่ละฉากได้อย่างแนบเนียนกลมกลืน มีการใส่ Easter eggs ลงไปในเกือบทุกฉากได้อย่างสนุกสนาน กล่าวได้ว่า Stranger Things Season 1 นั้นเป็นการคารวะ ภาพยนตร์และวัฒนธรรมป๊อปในยุค 80 อย่างแท้จริง
ความสนุกนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะมันเกิดมาจากบทและการเล่าเรื่องอย่างแท้จริง ซับซ้อนซ่อนเงื่อนชาญฉลาดในการวางปม การแก้ไขปมเนียนกริบ ทิ้งปมปริศนาไว้ให้แก้ได้ต่อไปงาม
โดยเฉพาะความเป็นเด็ก การเล่น การคิดอะไรแบบเด็ก ๆ อายุไม่เกิน 15 ขวบนั้นมันทำให้เกิดจินตนาการกว้างไกล และมันสามารถทำให้เราย้อนคิดกลับไปในวัยเด็กของเราได้อีกด้วย ขอชื่นชมนักแสดงเด็กทุกคนใน ซีรีย์เรื่องนี้ที่มีฝีไม้ลายมือในการแสดงที่เฉียบขาด ทำให้เราเชื่อทุกพฤติกรรมทุกอารมณ์ของตัวละคร
ซีรีย์ยังมีความลึกในอารมณ์มีการแสดงถึงความรัก และมิตรภาพระหว่างเพื่อน ความรักของครอบครัว ความรักของหนุ่มสาว ที่สามารถสอดแทรกเอาไว้อย่างไม่น่าเบื่อ อีกทั้งอารมณ์ในแง่ของความเป็นผู้แพ้ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่คนอ่อนแอแต่อย่างใด
อย่างที่กล่าวไปว่านักแสดงเด็กทุกคนเล่นได้ดีมากแต่อีกคนหนึ่งที่ไม่อาจจะข้ามได้เลยคือ เวโรน่า ไรเดอร์ เธอรับบทเป็นแม่ผู้ที่ ไม่ย่อท้อต่อการตามหาลูก เธอเล่นได้เข้าถึงอารมณ์ทางสีหน้า แววตาและท่าทาง ที่สำคัญสุดๆแม้ว่าเธอจะอายุเท่าไหร่แล้วก็ตามเธอยังสวยอยู่เสมอ
หากจะมีจุดที่ผมไม่ชอบอยู่บ้างคือ หักคะแนนความน่ารำคาญของตัวละครบางตัวไปนิดนึงเท่านั้น แต่พฤติกรรมที่น่ารำคาญนั้นก็มีส่วนสำคัญกับเรื่องและรวมถึงความหื่นของเรื่องด้วยนะ
กล่าวโดยสรุป Stranger Things Season 1 คือซีรีย์สืบสวนสอบสวน วิทยาศาสตร์ ดราม่า ระทึกขวัญ ผจญภัย ความรัก มิตรภาพ การเรียนรู้ การเดินทาง ประทับใจ ครบรส ครบเครื่อง สมควรแล้วที่ถูกยกย่องให้เป็นซีรีย์อันดับ 1 ของ netflix
9/10
TrueID
ก่อนหน้านี้ในปี 2013 Netflix ได้สร้างหนังเรื่อง House Of Cards ขึ้นมาเป็นเรื่องแรก แต่นั่นยังไม่ทำให้ Netflix เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากนัก จนกระทั่งปี 2016 Netflix ก็ได้ผลิตหนัง ‘Stranger Things’ ขึ้นมา และด้วยความสนุกของมัน จึงเกิดเป็นกระแส ทำให้ผู้คนจึงหันมาสนใจ Netflix กันมากขึ้น พูดมาถึงขนาดนี้เริ่มสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้น เรามาทำความรู้จักกับหนังเรื่องนี้กันเล้ย!! ^^
Stranger Things เป็นเรื่องราวที่เล่าถึงเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองฮอว์กินส์ รัฐอินเดียน่า โดยมีตัวละครเด็กหลักๆ 4 คนเป็นตัวดำเนินเรื่อง ได้แก่ Dustin, Mike, Will, Lucus (เรียงจากขวาไปซ้าย) โดยเริ่มจากการหายตัวไปอย่างปริศนาของเด็กชายวิล หลายคนเชื่อว่าเขาได้ตายไปแล้ว เพราะมีเจ้าหน้าที่พบซากศพของเขาที่จมน้ำจนตัวซีด แต่ด้วยเหตุการณ์แปลกๆ บางอย่างที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เป็นแม่และเพื่อนๆ ของเขาอีก 3 คนสามารถติดต่อกับวิลได้ และรู้สึกเหมือนวิลอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลาแม้จะมองไม่เห็นก็ตาม จึงมีเพียงแค่พวกเขาเท่านั้นที่เชื่อว่าวิลยังมีชีวิตอยู่ เอาแล้วไงล่ะ เรื่องเป็นอย่างไรมาอย่างไรเนี่ย แล้วศพที่พบมันคืออะไรกันแน่!
Stranger Things นับว่าเป็นภาพยนต์ที่วางโครงเรื่องมาได้อย่างดี โดยเชื่อมโยงให้เรื่องเกิดเมื่อปี 1985 และด้วยทั้งบรรยากาศที่ดูย้อนยุคนิดๆ ทั้งการสวมใส่เสื้อผ้า การใช้โทรศัพท์บ้าน การใช้วิทยุสื่อสาร ทีวี อีกทั้งตัวละครดำเนินเรื่องหลักยังเป็นเด็กอีกด้วย เหมือนเป็นการดึงให้ผู้ชมได้นึกย้อนไปถึงบรรยากาศวัยเด็กของตัวเอง หลายคนอาจสงสัยว่าเป็นภาพยนต์สำหรับเด็กๆ ดูกันหรือเปล่าเพราะว่าตัวละครส่วนใหญ่เป็นเด็กทั้งนั้น จึงอาจทำให้ไม่กล้าเริ่มดู ดังนั้น โลลิต้องขอบอกไว้ก่อนเลยค่ะว่าถึงตัวละครจะเป็นเด็ก แต่เรื่องราวไม่เด็กแน่นอน ผู้ใหญ่ดูได้ วัยรุ่นดูดี ดูได้หมดทุกวัยแน่นอน ^^ เผลอๆ อาจจะทำให้พวกคุณนึกถึงความรักในวัยแรกเริ่มหนุ่มสาวด้วยนะ ฮิฮิ
นอกจากนี้ เนื้อเรื่องของมันยังทำให้รู้สึกอยากติดตามตลอดเวลา ไม่น่าเบื่อ เปิดมานาทีแรกก็ตื่นเต้นแล้ว ดูจบตอนแรกก็อยากดูต่อตอนสอง ในซีซั่นแรกเรื่องราวจะยังไม่ค่อยเมามันส์เท่าไร จะเป็นแนวไขปริศนา ลุ้นระทึกมากกว่า แต่ซีซั่นหลังๆ จะเริ่มมันส์มากขึ้น ใจเต้นมากขึ้น อีกทั้งยังรู้สึกอินถึงความสัมพันธ์กับตัวละครมากขึ้น เพราะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างของตัวละคร เนื่องจากพวกเขาเริ่มเข้าวัยหนุ่มสาวกันแล้วอีกด้วย
ไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องเท่านั้นที่ดี แต่ยังรวมถึง Sound Effect ฉาก เพลงประกอบก็ทำออกมาได้ดีเข้ากันจนกระชากอารมณ์คนดูครั้งแล้วครั้งเล่า การเล่าเรื่องราวก็สัมพันธ์กัน นักแสดงก็เล่นออกมาได้ดี ทุกคนมีคาแรกเตอร์ ความน่ารัก ความน่าหลงใหลของตัวเอง ตัวละครที่โลลิชอบมากสุดคือ Eleven ค่ะ หรือเด็กผู้หญิงในรูปบนนั่นเองงง เพราะเธอเก่ง มีความสามารถเหนือคนทั่วไป อีกทั้งคาแรกเตอร์ของเธอในตอนแรกที่ปรากฏตัว เทียบกับตอนหลังๆ เธอมีคาแรกเตอร์ของความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดกว่าเด็กคนอื่นทำให้เธอดูมีเสน่ห์มากๆ >< และสิ่งที่โลลิประทับใจในหนังเรื่องนี้มากก็คือ เป็นหนังที่แบ่งตอนออกมาได้ดี ไม่เยอะเกินไป ไม่นานเกินไป ไม่เวิ่นเว้อ ที่สำคัญ ไม่ออกทะเลอีกด้วย จบก็คือจบ เทียบกับหนังเรื่องอื่น บางเรื่องพอทำออกมาได้ดี ผลตอบรับดี ผู้คนชื่นชอบ ก็ทำซีซั่นต่อๆ มาเรื่อยๆ จนซีซั่นหลังๆ เนื้อเรื่องดูจะออกทะเลไปไกลจนไม่อยากติดตาม
pantip
นี่เป็นซีรี่ส์ที่ผมได้ยินคำชมมาเยอะเลยครับ บ้างก็ชอบมาก บ้างก็เฉย(แต่ส่วนเฉยจะน้อยมาก) ฉะนั้นความคาดหวังของผมก็คงสูงเป็นธรรมดาครับ เพราะผมเป็นคนที่ชอบหนังหรือว่าซีรี่ส์ลึกลับมากพอสมควร อย่าง American Horror Story นี่ผมชอบทุกซีซั่นเลย(แต่ที่ชอบที่สุดก็คือ Asylum) หรือว่าของไทยก็ตอบง่ายๆ เลยครับว่า “เพื่อนเฮี้ยน…โรงเรียนหลอน” มันไม่ได้สุดยอดมากมายแต่ผมชอบในความบันเทิงของมันครับ ส่วนเรื่องนี้ ทีแรกผมกะว่าจะดูทีละ Episode พอ ไม่อยากจะดูจบรวดเดียว แต่สุดท้าย…ก็ล่อเข้าไปยันเช้า จนได้นะเมิงงงง
รัฐอินเดียน่าในช่วงยุคปี 1980 เมื่อแม่คนหนึ่งที่ที่ชื่อว่า จอยส์ บีเยอร์ (Joyce Byers) ได้ออกตามหา วิล บีเยอร์ (Will Byers) ลูกชายของเธอที่จู่ๆ ก็ได้หายตัวไปอย่างลึกลับแบบไร้ร่องรอย เธอได้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานท้องถิ่นให้ออกมาช่วยตามหาลูกของเธออีกแรง แต่แล้วเธอก็ได้ค้นพบว่า การหายตัวไปของลูกชายเธอนี้ ดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทดลองลับๆ บางอย่างของรัฐบาล ไปจนถึงเรื่องราวเหนือธรรมชาติสุดระทึกของเด็กคนหนึ่งที่มีพลังจิตที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลอีกด้วย!!!
แม่เจ้าโว้ยยยยยยยยยย!!! มันสนุกเยี่ยงแท้เลยออเจ้า ไม่นึกว่าพล็อตโบราณหงำเหงือกขนาดนี้ สองพี่น้อง Duffer จะนำเสนอออกมาได้น่าสนใจขนาดนี้ กะอีแค่พล็อตเด็กคนนึงหายไป มันจะยืดยาวมาถึง 8 ตอนได้ แต่ผมไม่ได้หมายความว่ามันดูเนือยนะครับ มันดูไม่ได้รีบร้อนในการเล่า เพราะมันต้องใช้เวลาในการคลายปมค่อนข้างเยอะ แค่คลายปมก็ล่อไป 2 ตอนละคุณเธอ แต่มันก็ไม่ได้ดูยืดยาด อืดอาดจนผิดสังเกตุ และในแต่ละตอนความน่าติดจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ ช่วง Episode แรกๆ จะไม่ได้ลุ้นมากเพราะต้องใช้เวลาในการวางปมปริศนาต่างๆ และพอถึงตอนปลายๆ ซีซั่นก็ถึงเวลาคลายปม ซึ่งก็คลายได้ดีนะครับ มีหยอดๆ ไปซีซั่นสองด้วย
ที่ผมทึ่งคือทั้งซีซั่นมันไม่ได้มีแค่เรื่องเด็กหายตัวไปแค่นั้นครับ หนังยังมีซับพล็อตตามมาด้วย ทั้งเรื่องการทดลองลับรัฐบาล, มิติกลับด้าน, สัตว์ประหลาด, เด็กสาวพลังจิต, เรื่องราวของโจนาธาน แนนซี่ กับสตีฟ, การตามหาประตูมิติของเหล่าเด็กๆ โอ้โห! พล็อตเยอะขนาดนี้คุมให้อยู่ด้วยกันและไปถึงยากนะครับ เพราะมีหลายเรื่องพยายามทำแล้วเหลวไม่เป็นท่า แต่….. พี่น้อง Duffer คุมพล็อตอยู่ครับ เล่าทุกพล็อตได้ครบทุกประเด็นครบถ้วน ไม่มีตกค้าง ผมขอชื่นชมฝีมือพี่น้อง Duffer นะครับ ที่คุมพล็อตๆ พวกนี้ได้อยู่ภายในระยะเวลาแค่ 8 ตอน แต่ละตอนก็ไม่ถึงชั่วโมง โห! มันยากนะครับที่จะคุมพล็อตให้อยู่ด้วยกันได้ แต่พี่น้อง Duffer ทำได้ ผมว่าเก่งครับ เก่งมากๆ เพราะถ้าคุมไม่อยู่มันเละเลยนะ เก่งครับ ปรบมือ👏👏👏
ด้านดารานี่ยอดเยี่ยมเลยครับ Ryder นี่สุดยอดมากๆ อ่ะ ตีบทแตกกระจุย, Harbour นี่ก็เข้มขรึมแต่ข่มอารมณ์ในใจได้ดีครับ, Wolfhard, McLaughlin, Matorazzo นี่ก็ซี้กันได้ดีครับ เล่นได้โดดเด่นทุกคน, Brown ก็ไปได้ดีกับบทนิ่งๆ ครับ ทุกวันนี้ผมยังจำเธอในบทอีเลเว่นอย่างตราตรึงเลย(ขนาดตอนดูตัวอย่าง King of Monsters ยังเห็นเป็นอีหนูแอลมานั่งกรี๊ดอยู่เลย555), Dyer, Heaton, Keery นี่ก็ไปได้ดีครับ การแสดงถือว่าเด่นพอตัว และสองรายสุดท้ายที่ออกน้อยแต่ว่าน่าจดจำ Purser ในบทบาร์บ บทน้อยแต่มีส่วนกับเรื่องราวมากครับ และก็ Schnapp ในบทวิล เด็กชายผู้หายตัวไป แหม… มา Episode แรกเล่นไปไม่ถึง 10 นาทีก็ Gone Boy (ไปซะแล้วไอ้หนู) เป็นที่เรียบร้อย(ฮา)
ในส่วนของทางด้านภาพจัดว่างามเลยครับ ดูไปก็คิดถึงพวกบรรยากาศยุค 80’s (อย่าดักแก่ผมนะ!) ถ้าสังเกตุดีๆ จะมี Easter Egg ของหนังสยองขวัญยุคเก่าๆ อยู่เยอะเลยครับ เช่นโปสเตอร์ The Evil Dead, วิทยุสื่อสารจากเรื่อง The Thing ของลุง Carpenter ฯลฯ และเรื่องนี้ลุง Carpenter ก็ลงทุนมาทำให้เลยนะครับ ฉะนั้นไม่แปลกที่ดูไปจะได้กลิ่นอายของหนังสยองขวัญยุคเก่าๆ ของลุงแก