ดูหนัง Robin Hood (2018) พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด จุดเริ่มต้นของตำนานเกิดขึ้นเมื่อ โรบิน ฮู้ด และผองเพื่อนกลับมาบ้านหลังจากสงครามครูเสดเพื่อพบว่าป่าเชอร์วู้ดของซึ่งเป็นบ้านของพวกเขาถูกกดชี่ข่มเหงโดยพวกราชวงศ์อังกฤษ เขาต้องร่วมมือกับพวกนอกกฏหมายเพื่อเอาคืนให้สาสม ก่อให้เกิดเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัย เต็มไปด้วยฉากต่อสู้สุดตระการตาและความรักของหนุ่มสาวตามแบบฉบับ
อ่านรีวิวก่อน ดูหนังนักแสดง
Taron Egerton
Jamie Foxx
Ben Mendelsohn
Eve Hewson
ผู้กำกับ
Otto Bathurst
รีวิวหนัง Robin Hood (2018) ดูหนังออนไลน์
ไปดูมาแล้ว : Robin Hood (2018)
– เป็นหนังที่เห็นครั้งแรกมาจาก trailer
– เออ น่าสนใจ แฮะ
– น่าสนใจจากการที่มีความรู้สึกว่า หนังมีฉากต่อสู้ที่น่าติดตาม
– ดูตัวอย่างรอบเดียว
– พอหนังเข้าฉาย รีบไปดูเลย
– เมื่อได้ดู
– เริ่มเรื่องได้ตามขนบหนังย้อนยุคมาก (เหมือนละครฝรั่งที่มีเจ้าชายเจ้าหญิงแล้วก็ตัวร้าย Ever After มากๆ)
– คิดในใจ….(คิดผิดป่าวว้า….)
– แต่ไม่เยิ่นเย้อ นาน หนังเริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเอง หลังจาก พระเอก โดนเกณฑ์ ไปทำการรบที่ อาราเบีย
– ฉากบู๊ ทำได้น่าสนใจมากๆ
– ดูแล้วเพลินเลย
– ยิงธนู กัน นึกว่ายิง ปืนกล
– งานภาพทำได้ดีมาก
– งานกำกับภาพทำได้น่าติดตามไม่น่าเบื่อ
– ตัวเนื้อเรื่อง รู้สึกถึงความเรียลและจับต้องได้จริง
– แม้บางส่วนอาจจะดูง่ายไปบ้าง เพื่อให้บทหนังได้ดำเนินไป
– แต่รวมแล้ว ถือว่าเป็นหนังที่แสดงมุมมองแบบเทาๆของชีวิตคนที่น่าจะมีตัวตนอยู่จริงๆในโลกใบนี้ได้ดี
– ดูเรื่องนี้ นึกถึงเรื่อง คิงอาเธอร์ เวอร์ชั่นล่าสุด
– แต่ค่อนข้างชอบเรื่อง Robin Hood นี้มากกว่าในความสมบูรณ์ของงานเกือบทุกๆด้าน
– พระเอกหล่อ
– นางเอกสวย
– ป๋าดันพระเอก ก็ทำหน้าที่ตัวเองได้ดี
– ตัวร้าย โคตรเทา เงาสองหน้า แถมมีหลายเลเวลอีก
– พระเอก เรื่อง ฟิฟตี้ เชด ออฟ เกรย์ ก็มาแสดงด้วยนะ….บทเด่นอยู่…นึกชื่ออยู่ตั้งนาน
– การแต่งตัว กับ ฉาก ค่อนข้างประทับใจ
– เทคนิคภาพ และ มุมกล้องของหนัง โดนใจ จขกท ที่สุดล่ะ
– ตอนจบ ถ้ารายได้ดี น่าจะมีภาคต่อ…
– ถือเป็นงานที่น่าติดตาม
pantip
เป็น เวอร์ชั่นที่ดีที่สุดสำหรับเราเลย เพราะไม่เคยดูเวอร์ชั่นอื่นมาก่อน #ถรุย!! หนังสนุกแบบอย่าได้แคร์เสียงนักวิจารณ์ ถึงตัวบทจะโคตรเชย และมีช่องโหว่เยอะมาก !! แต่โดยรวมแล้วดูสนุก ดำเนินเรื่องไวกระชับ ไม่น่าเบื่อ แถมมีมุกตลกมาเรื่อยๆ มาเรียงๆ ตอบโจทย์การดูเพื่อความบันเทิงเต็มๆ เหมาะกับตลาดแมสเอามากๆ
ฉากแอคชั่นนี่ดุเดือดมาก จนคิดว่านี่มันแค่ธนูจริงๆ ใช่ไหม..? ดุจนนึกว่าเอาพี่เมฆมาแสดงเป็นพระเอกกันเลยทีเดียว #เอ๊ะ!! #เมฆไหนนะ..? 🤔 แถมหนังยังให้อารมณ์แบบสายลับ สืบสวนเบาๆ มีประเด็นทางศาสนาและการเมืองเข้ามาจิกกัดสังคมอีกด้วย..
เรื่องราวของ “โรบิน” ลอร์ดหนุ่มที่ต้องจากเมียไปรบในสงครามครูเสด แต่แล้วเมื่อเขากลับมาก็ต้องพบว่าสถานะทางการเงินของประชาชนกำลังระส่ำสุดๆ เพราะท่านเจ้าเมือง (ที่ไม่รู้มาจากการเลือกตั้งหรือเปล่า .___.) เรียกเก็บภาษีโหดมาก โหดเกินกว่าจะเชื่อว่าเอาไปบำรุงกองทัพ เอาไปใช้ในสงคราม
นี่มันไม่ใช่การปล้นคนรวย เอาเงินไปให้จนแบบไร้ที่มาที่ไป แต่มันมีเหตุผลและมีกลิ่นไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับรัฐบาลด้วย ทำให้หนังดูน่าสนใจมากขึ้นไม่น้อยเลย
[ ความรู้สึกหลังสดับรับชม ]
นี่มันหนังทำเควสชัดๆ หนังดำเนินเรื่องสูตรสำเร็จมากตั้งแต่ต้นจนจบ เดาทางง่ายมาก แต่มันดูแล้วสนุก !! หนังมีจุดไม่สมเหตุสมผล จุดน่าตบกบาลเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ด้วยความสนุกในการดำเนินเรื่อง และฉากแอคชั่นของมัน ทำให้เราดูเอาเพลินแบบไม่ต้องคิดอะไรได้ เหมือนดูหนังที่สร้างจากการ์ตูนเด็กเรื่องหนึ่งที่เพิ่มนัยยะทางการเมืองและศาสนาเข้าไป
การแสดงของ “ทารอน อีเกอร์ตัน” ถือว่าทำได้ดี แต่ส่วนตัวเรารู้สึกว่ายังสลัดภาพเดิมในบท “เอ็กซี่” จาก Kingsman ไม่หลุด แถมยังเป็นหนังสไตล์คล้ายๆ กันอีก ที่พระเอกดูเก่งเวอร์เกินเหตุ สกิลพระเอกโคตร เป็นตัวประกอบนี่ตายห่านไปนานละ
เรื่องนี้ดูแล้วเรามอง เป็นเหมือน Kingsman ที่ปรับคอสตูมเพิ่มความจักรๆ วงศ์ๆ ลงไป และลดความเป็นสายลับ อาวุธไฮเทคลงไปให้เข้ากับยุคสมัย หนังยังคงมีความเป็นสายลับหน่อยๆ แบบตัวบทไม่ต้องดีมาก เน้นสนุกและมันส์เป็นพอ..
โดยรวมหนังคาสติ้งนักแสดงมาได้ดีเลย เกลี่ยบทให้นักแสดงทุกคนได้อย่างลงตัว ไม่มีใครเด่นเกินใคร นอกจากนางเอกที่นมใหญ่มากเกินหน้าเกินตาเท่านั้น #มันเกี่ยวยังไงวะเนี่ย!! ส่วนคนที่อยากชมเป็นพิเศษจริงๆ คือ “เจมี่ ฟ็อกซ์” แม้ว่าบทที่เจ้าตัวได้รับจะโคตรเชย อภิมหาเชย แต่เจ้าตัวแสดงออกมาได้ดีมาก เป็นตัวหลักในการช่วยขับเคลื่อนหนังจริงๆ
ในแง่องค์ประกอบที่หนังหนึ่งเรื่องควรจะมีมันก็ตามคะแนนเสียงของนักวิจารณ์เมืองนอกเขานั่นแหละ ถ้ามาตรฐานเพจเรา คะแนนจริงๆ ควรจะเป็น 7 แต่ให้เราพิศวาสความสนุก ตอบโจทย์ด้านความบันเทิงให้อีกหนึ่งเป็น 8 เต็ม 10 คะแนน
เพราะสำหรับเราแล้ว หนังเรื่องไหนที่ดำเนินเรื่องสนุก น่าติดตาม ชวนให้อยากดูจนจบได้ ถึงมันจะไม่ได้ดีเด่นอะไร เราว่ามันก็ประความสำเร็จในหน้าที่ของหนังหนึ่งแล้วล่ะ และ ก็เป็นเรื่องที่วาง Position ตัวเองไว้แบบนั้นและทำสำเร็จเช่นกัน..
สรุป.. เรา “ชอบ” นะ ถ้าเสียตังดู ก็ถือว่าไม่เสียดายตัง แต่หนังก็ไม่ได้ดีขนาดอยากเข้าไปดูซ้ำ แต่ถ้าจำเป็นต้องเข้าไปดูกับเพื่อน กับครอบครัว มันก็ยังดูได้แบบไม่เบื่อเลย..
beartai
“Robin Hood” ผลงานภาพยนตร์โปรเจกต์ยักษ์ที่นำเรื่องราวของยอดวีรบุรุษจอมโจรมาเล่าตีความในมุมมองใหม่ บู๊กว่า ดุดันกว่า และการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า รับประกันว่าผู้ชมยังไม่เคยได้สัมผัสในเวอร์ชั่นใดมาก่อน โดยหยิบยกเรื่องราวช่วงยุคเริ่มต้นของตำนานโรบิน ฮูดหลังจากที่เขาไปร่วมรบในสงครามครูเสด เมื่อกลับมาจึงพบว่าเมืองของเขาถูกคนชั่วยึดครอง โรบิน ฮูดจึงรวบรวมตั้งกองกำลังใหม่เพื่อลุกขึ้นต่อสู้
จากเรื่องเล่าที่มีประวัติยาวนานมากว่า 800 ปี ว่าด้วยจอมโจรที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับอำนาจรัฐที่ฉ้อฉลและช่วยเหลือชาวบ้านตาดำ ๆ ก็เป็นความคลาสสิกและโรแมนติกที่ทุกสังคมล้วนเผชิญและอัดอั้นคล้าย ๆ กัน และถ้านับเอาเฉพาะฉบับภาพยนตร์ก็ถือว่ามีการทำหนังมากว่า 110 ปีแล้วนับแต่ Robin Hood and His Merry Men (1908) หนังสั้นขาวดำที่ถือเป็นหนังโรบิน ฮูดเรื่องแรก
มาปีนี้ โรบิน ฮูด กลับมาอีกครั้งโดยการอำนวยการสร้างของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ โดยดึงผู้กำกับใหม่ถอดด้ามในวงการจอเงินแต่เก๋าในวงการจอแก้วทั้งซีรีส์ Black Mirror และกำลังมีผลงานในปีหน้ากับ His Dark Materials อย่าง ออตโต บาตเฮิร์ส มากำกับ พ่วงด้วยดาราดังคับคั่งที่คัดตัวกันอย่างโชกเลือดกว่าจะได้แต่ละคนมา ทั้ง ทารอน อีเกอร์ตัน ที่คุ้นตาจากหนัง Kingsman มารับบท โรบิน ฮูด ที่ปรับลุคให้ดูวัยรุ่นขึ้น (ให้อารมณ์หนัง Kingsman ภาคแรกเหมือนกันนะ) และมีภูมิหลังเป็นอดีตทหารครูเสด โดยมีผู้ช่วยฝึกสอนวิชาและคู่หูนาม ลิตเติ้ล จอห์น รับบทโดย เจมี่ ฟ็อกซ์ ซึ่งก็ปรับลุคจากชายสูงใหญ่ล่ำบึ้กมาเป็นชายผิวสีดูเข้มน่ากลัวแทน และได้ตัวร้ายที่ให้บรรยากาศชวนเสียวหลังอย่างเบน เมนเดลโซห์ ตัวร้ายจากเรื่อง Rogue One: A Star Wars Story มารับบทนายอำเภอผู้มีปมกำพร้าและต้องการล้างแค้นทุกคนให้ลำบากเช่นเดียวกับเขา ซึ่งก็สร้างมิติใหม่ ๆ น่าสนใจให้ภูมิหลังตัวละครมากขึ้นด้วย
นอกจากเนื้อหาที่รู้ ๆ กันดีแล้วอย่างการเป็นผู้นำชุมชนลุกขึ้นสู้กับอำนาจทรราชย์แล้ว หนังยังมีซับพล็อตเรื่องความรักสามเส้าเข้ามาอีก เมื่อหนึ่งในผู้นำกลุ่มต่อต้านนายอำเภอที่แสดงโดย เจมี่ ดอร์แนน จากหนัง Fifty Shades of Grey (2015) ก็ตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกับโรบิน ฮูด โดยนางเอกของเรื่องก็ได้ อีฟ ฮิวสัน ลูกสาวสุดสวยของ โบโน่ แห่งวง U2 มารับบทนำด้วย ซึ่งหนังก็วางตัวละคร 3 เส้านี้ได้น่าสนใจสามารถเล่นเผื่อมีภาคต่อได้สบาย ๆ แถมทวีความเข้มข้นมากขึ้นด้วย เพราะดอร์แนนเป็นสายหลักการต่อสู้อย่างสันติ ในขณะที่โรบินเป็นสายก่อการร้าย ซึ่งขัดแย้งโดยหลักการกันเอง
สิ่งที่หนังทำได้น่าสนใจนอกจากการปรับลุคตัวละครให้มีความแตกต่างน่าสนใจจากฉบับเก่า ๆ และการปรับเมืองน็อตติ้งแฮมที่เป็นฉากหลังจากยุคกลาง มาสู่เมืองศูนย์กลางยุคอุตสาหกรรมของอังกฤษที่ดูทันสมัยและเสื่อมโทรมทางจริยธรรมไปพร้อมกันแล้ว หนังยังจริงจังมากกับการใส่ฉากแอ็กชั่นที่คิดมาแบบละเอียด ทั้งการให้อีเกอร์ตันฝึกสตันท์การยิงธนูไวแบบโบราณที่ทำได้ถึง 3 ดอกในเวลา 2 วินาที การกระโจนตัวกลางอากาศยิงเป้าเคลื่อนที่ และท่าสตันท์กับการยิงธนูอีกหลายหลาก โดยได้โปรด้านธนูสไตล์โบราณเจ้าของสถิติโลกอย่าง สตีฟ ราล์ฟส และ ลาร์ส แอนเดอร์เซน มาฝึกโดยเฉพาะเพื่อให้ภาพที่มีความน่าสนใจและรู้สึกว่าธนูอาวุธคู่กายของโรบิน ฮูด นั้นทรงพลังมากที่สุดด้วย