ดูหนัง Mothering Sunday (2021) อุบัติรักวันแม่
ในฤดูใบไม้ผลิปี 1924 สาวใช้เด็กกำพร้า เจน แฟร์ไชลด์ (รับบทโดยโอเดสซ่า ยัง) ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในวันแม่ เพราะคุณนีเว่นและภรรยา (รับบทโดย โคลิน เฟิร์ธ และโอลิเวีย โคลแมน) นายจ้างของเธอไม่อยู่ ซึ่งเป็นโอกาสน้อยมากที่เธอจะได้ไปจู๋จี๋กับคู่รักที่เธอแอบคบหา พอล (รับบทโดยจอช โอคอนเนอร์) ลูกชายของคฤหาสถ์ที่อยู่ใกล้กัน เจนแอบมีอะไรกับเขามานานทั้งที่เขามีคู่หมั้นอยู่แล้วและเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อแม่เขา พอลและเจนมีความสัมพันธ์ทางเพศกันเป็นความลับมาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่เจนมาถึงคฤหาสน์ของตระกูลนิเวน อย่างไรก็ตาม พอลกำลังจะแต่งงานกับเอ็มม่า ฮอบเดย์ เธอหมั้นหมายอย่างไม่เป็นทางการกับเจมส์ เชอริงแฮม พี่ชายของเขา ซึ่งเสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งพอลและเอ็มม่ามีความรู้สึกผสมปนเปกันเกี่ยวกับการหมั้นหมายของพวกเขา แต่ถึงอย่างไรก็รู้สึกว่าจำเป็นต้องแต่งงานกัน ที่คฤหาสน์เชอริงแฮม เจนและพอลมีเซ็กส์กัน หลังจากนั้น พอลก็ออกไปทานอาหารกลางวันกับครอบครัวและคู่หมั้นของเขา ซึ่งเขามาสาย เจนอยู่บ้านคนเดียวและเดินเปลือยกายสำรวจว่าครอบครัวเชอริงแฮมใช้ชีวิตกันอย่างไร จากนั้นก็กินและดื่มก่อนจะปั่นจักรยานออกไป
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง
Odessa Young โอเดสซา ยัง

Josh O’Connor

Olivia Colman

ผู้กำกับ : อีวา ฮัสสัน
รีวิว
entertainment
หยิบเอามาเล่าและรีวิวกันเบา ๆ ในวันนี้ก็คือหนังเล็ก ๆ ที่เพิ่งจะลงจอให้เช่าชมกันที่ทรูไอดีในสัปดาห์นี้ นี่คือหนังโรแมนติกดราม่าจากอังกฤษที่ชื่อว่า “Mothering Sunday” อาจจะเป็นหนังที่อยู่นอกสายตาของผู้ชมไปสักหน่อย เพราะตัวหนังก็ไม่ได้มีกระแสโด่งดังและนักแสดงที่เรียกคนดู แต่ปรากฏว่าความละเมียดละไมและความสวยงามของหนังเรื่องนี้ กลายเป็นเสน่ห์อันชวนหลงใหลได้อย่างไม่น่าเชื่อ ที่มาพร้อมกับการแสดงที่น้อยแต่มากของทั้งทีมแคสติ้งเรื่องนี้
ดัดแปลงมาจากนวนิยายโรแมนซ์ขายดีของ “เกรแฮม สวิฟต์” ที่มีชื่อเดียวกัน เล่าเรื่องราวของแม่บ้านประจำตระกูลของบ้านนีเวน อย่าง เจน แฟร์ไชล์ด ที่มีชีวิตแสนเรียบร้อยในฐานะลูกจ้างในบ้านของนายท่านกับนายหญิง ในช่วงหลังสงครามโลกครั้ง 1 แต่ปรากฏว่าเบื้องลึกเบื้องหลังในวันหยุดงานที่แสนธรรมดานั้น เธอแอบซ่อนความลับในความสัมพันธ์ระหว่างชายคนหนึ่ง ที่มีฐานะที่สูงศักดิ์กว่า นั่นก็คือ พอล เชอร์ริ่งแฮม ทั้งแอบนัดกันไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งสุดสวาท ในวันก่อนที่เขาจะต้องอำลาจากไป เพื่อเข้าพิธีแต่งงานกับคู่หมายที่เป็นหญิงอีกคน
หนังเรื่องนี้ถือได้ว่าถ่ายทอดออกมาได้อย่างงดงามราวกับบทกวี การเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ ไล่ลำดับความสำคัญเพิ่มพูนยิ่งขึ้น ผ่านความคิดของละครต่าง ๆ ของเรื่องทำออกมาได้อย่างน่าชื่นชม ต้องขอบคุณวิสัยทัศน์พลังหญิงของผู้กำกับชาวฝรั่งเศส “เอวา ฮัซซัน” กับการดัดแปลงบทของ “อลิซ เบิร์ซ” ที่กลายเป็นการลงตัวของสมการโจทย์ของหนังเรื่องนี้ที่ออกมาอย่างคมคายและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่บาดซึมลึกเข้าไปเรื่อย ๆ
เสน่ห์ในหนัง ก็คือการเล่าเรื่อง ที่ใส่ความซับซ้อนเข้าไปแต่ไม่ทำให้ยุ่งเหยิง กับการเล่าเรื่องในมุมมองของตัวละครหลักที่ค่อย ๆ สอดแทรกในช่วงแต่ยุคสมัยนำมาประกอบร่างกันได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังได้ไดอะล็อกและบทหนังคำพูดต่าง ๆ ที่ร้อยเรียงออกมาเป็นอย่างดี เหมือนกับบทกวีตามที่กล่าวเอาไว้ข้างต้น ทำให้ภาษารักของหนังเรื่องนี้เป็นสิ่งที่งดงามไปตลอดทั้งเรื่อง แม้ว่ามันจะถูกแทรกด้วยความเจ็บปวดตลอดทางก็ตาม
แน่นอนว่าไฮไลต์เด็ดดวงที่สุดของหนังเรื่องก็คือทีมนักแสดงแบบยกแฝง เรียกได้ว่าทุกตัวละครและนักแสดงถ่ายทอดออกมาได้ดีหมด “โอเดสซา ยัง” อนุภาพและเสน่ห์ของเธอในหนังเรื่องนี้รุนแรงมาก เป็นหนังที่เหมือนจะไม่ได้ออกแรงมาก แต่เธอสามารถพยุงหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อยู่หมัดและทำได้อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยท่างท่าการแสดงที่ให้มาแค่เล็กน้อยแต่ทรงพลังเหลือเกิน เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตาแนวทางการแสดงไม่เบา