ดูหนัง Johnny English (2003) พยัคฆ์ร้าย ศูนย์ ศูนย์ ก๊าก ในโลกที่เอาแน่ เอานอนไม่ได้ มีอยู่ไม่กี่อย่างเท่านั้น ที่สามารถไว้วางใจได้ เท่าหน่วยสืบราชการลับของอังกฤษ ซึ่งเป็นที่รู้จักดี ในเรื่องความ สามารถของเจ้าหน้าที่ เทคโนโลยีล้ำยุค ถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ทั้งทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ และเครือข่ายที่รวบรวม อัจฉริยะระดับโลกไว้ด้วยกัน มันคือหนึ่งในปราการสุดท้ายของเกียรติยศ ที่มาพร้อมกับผู้ทุ่มเท เพื่อปกป้องซึ่งความจริง ดังนั้น เมื่อแผนการสิ้นคิด ที่มุ่งหวังจะฉกชิงมงกุฎเพชร อันเป็นที่รักของคนทั้งประเทศ ล่วงรู้ถึงหูของหน่วยสืบราชการลับ บุคคลที่เหมาะกับ งานนี้ที่สุด ก็คือสุดยอดแห่งสุดยอดสายลับ ของหน่วยสืบราชการลับ สายลับหมายเลขหนึ่ง จึงได้รับมอบหมายให้จัดการคดีนี้ โดยเร่งด่วน
อ่านรีวิวก่อน ดูหนังนักแสดง
Rowan Atkinson
John Malkovich
Natalie Imbruglia
Tasha de Vasconcelos
ผู้กำกับ
Peter Howitt
รีวิวหนัง Johnny English ดูหนัง
หนังโปรดของข้าพเจ้า
ไม่ค่อยแปลกใจที่ โรวัน แอตกินสัน นักแสดงผู้รับบทจอห์นนี่ อิงลิช จะออกมาเปิดเผยทีหลังว่าค่อนข้างผิดหวังกับหนังที่มีมุกตลกดี ๆ แค่ 5 มุก แถมหลายมุกก็เล่นยืดเยื้อเกินไป เพราะเราก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน อันที่จริงการมาดูในยุคปัจจุบัน ด้วยบรรยากาศไม่ใช่การดูในโรงกับคนเยอะ ๆ / อายุที่มากขึ้นจนอาจไม่ตลกง่าย ๆ กับมุกแบบนี้ / อีกทั้งเราสามารถเดามุกที่เขาจะเล่นได้เกือบทั้งหมดของเรื่อง มากกว่า 90% คือเดาฉากต่อไปได้เลยว่าจะเป็นอย่างไรจึงทำให้หนังมันดูเบาสมองแต่ไม่ถึงขั้นฮาไส้แตก มุกถูกชงมารอตบอย่างรวดเร็วแบบเดาง่ายมาก อีกอย่างที่เสียดายคืออุตส่าห์ได้คนเขียนบทหนังเจมส์ บอนด์ 007 มาทั้งทีก็น่าจะล้อเลียนได้มากกว่านี้ ภาพรวมแล้วการได้มาดูจอห์นนี่ อิงลิช ในพ.ศ.นี้สำหรับเราจึงอาจจะสายไปสักหน่อย
.
หลังจากสายลับภาคสนามของหน่วย MI:5 เสียชีวิตยกกองกันหมด ทำให้ภารกิจเร่งด่วนของหน่วยงานต้องใช้บริการ ‘จอห์นนี่ อิงลิช’ (Rowan Atkinson) เลขาผู้ช่วยสายลับให้ทำหน้าที่ปกป้องสหราชอาณาจักรจากการยึดบัลลังก์ครั้งใหม่
.
อย่างที่บอกข้างต้นว่าเราเห็นด้วยกับแอตกินสัน หนังมันมีมุกตลกดี ๆ น้อยไปหน่อย หลายครั้งหนังเล่นแบบ 5 บาท 10 บาท ชงมารอตบแบบเดาได้แถมไม่ค่อยจะเป็นมุกที่เซอร์ไพรส์เท่าไร ส่วนตัวเราชอบหนังตลกที่มุกสดใหม่คาดเดายาก เล่นอะไรที่คาดไม่ถึงแบบนั้นจะตลกกว่า หรือถ้าตลกไม่ขนาดนั้นก็อาจจะต้องพึ่งบรรยากาศคนดูเยอะ ๆ เผื่อพอจะช่วยได้ ซึ่งกำลังคิดอยู่ว่ามุกตลกในตัวอย่าง Johnny English ภาค Strikes Again ที่เราขำหลายฉากจะทำงานได้แบบนั้นไหมในโรงหนัง ส่วนในภาคแรกของ Johnny English ก็ยังมีส่วนดีในแง่ของการสร้างตัวละครที่ชอบทำอะไรเหมือนจะฉลาดแต่ทำออกมาผิดพลาดอยู่เสมอ แล้ว โรวัน แอตกินสัน ก็เป็นนักแสดงที่รักษาคาแรคเตอร์ได้ดีในมุมที่ว่าถ้าคนชอบสไตล์เขาก็น่าจะชอบหนังเรื่องอื่น ๆ ของเขาได้ไม่ยาก
โกดังหนัง
เมื่อสายลับ 001 เสียชีวิต จากความผิดพลาดของ จอห์นนี่ อิงลิช สายลับสุดเปิ่นแห่งองค์กร แถมยังทำให้สายลับทุกคนเข้ามาร่วมงานศพครั้งนี้ และถูกระเบิดจนทำให้เสียชีวิตกันไปทุกคน ทำให้ อิงลิช กลายเป็นสายลับคนสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในอังกฤษ จนทำให้เขาต้องรับภารกิจ ในการป้องกันเครื่องราชาภิเษกจากการถูกขโมยให้ได้ จากวายร้ายอย่าง ปาสคาล เชื้อพระวงศ์ชาวฝรั่งเศสที่มีแผนร้ายในการชิงมงกุฏนี้
หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร
สำหรับ Johnny English นั้น เหมาะกับคอหนังที่ชอบหนังประเภทตลกไร้สาระหาแก่นสารไม่ได้อย่างแท้จริง เพราะตลอดทั้งเรื่องในหนังนั้น เน้นไปที่มุขเกี่ยวกับความโง่ ทึ่มของตัวละครที่สรรค์สร้างปัญหาเข้ามาในภารกิจได้ไม่หยุดไม่หย่อน โดยอาจจะมีมุมล้อเลียนหนังสายลับปะปนเข้ามาให้นึกถึงอยู่บ้าง แต่ส่วนมากก็กลายเป็นมุขตลกเจ็บตัวอยู่ดี ทำให้ใครที่ชอบหนังแนวนี้ก็จะฮาลั่นได้อยู่หลายฉาก แต่อย่าได้หาสาระและประเด็นสวยๆ ในหนังเรื่องนี้โดยเด็ดขาดเพราะมันไม่มีให้ ใครที่ชอบหนังตลกล้อเลียนสายลับอย่าง Get Smart หรือหนังชุด Austin Powers แล้ว เรื่องนี้ก็มาในแนวเดียวกันแบบเป๊ะๆ เลย
- สายหนังตลกล้อเลียนสายลับ
- สายหนังตลกเบาสมองล้วนๆ
- สายหนังตลกจากตัวละครโง่ทึ่ม
รีวิว / สรุปเนื้อหา
หนังที่ลบล้างภาพลักษณ์ของสายลับฉบับเท่ๆ ที่เคยมีมาทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ James Bond ทุกภาค มาสู่สายลับฉบับที่รั่วที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา เพราะ Johnny English คือการมหกรรมยำใหญ่ ล้อเลียนหนังสายลับหลายๆ เรื่อง จากการพลิกกลับทำทุกสิ่งที่ตรงข้ามกับที่สายลับเคยทำมา แม้ว่าเขาจะทำพลาดมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่เอาชีวิตเขาได้สักที อีกทั้งแต่ละภารกิจของเขาก็มักให้ผลที่เลวร้ายเกินกว่าจะคาดเดา อย่างในฉากแรกเลยเขาก็เป็นเหตุให้สายลับมือดีต้องตายอย่างอนาถอย่างไม่ตั้งใจ และเชื่อว่าน่าจะเป็นมุขบนความทึ่มที่ทำให้หลายๆ คนขำก๊ากลั่นกันเลยทีเดียว
จริงๆ ในแง่ของความตลกคงไม่ต้องสาธยายอะไรกันให้มาก เพราะเชื่อว่าลำพังการได้เห็นดาราอย่าง Rowan Atkinson นั้น ที่เคยรับบท Mr. Bean มาอย่างโชกโชน ก็เรียกเสียงฮากันได้ในระดับนึงแล้ว ยิ่งมาประกอบกับวีรกรรมเปิ่นๆ สุดรั่วในภารกิจของเขาอีกฏ้ยิ่งเรียกเสียงฮาได้เข้าไปใหญ่ โดยมุขส่วนมากในหนัง ก็ยังคงเน้นในเรื่องมุขของความ โง่ ทึ่ม แบบเกินบรรยายที่ไม่น่าเชื่อว่าคนแบบไหนที่จะโง่ได้ขนาดนี้กัน อีกทั้งเมื่อคนแบบนี้ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรสายลับก็ยิ่งดูเชื่อไม่ได้ไปกันใหญ่ แต่หนังก็เอาตรงนี้แหละที่กลายมาเป็นจุดเด่นของเรื่องราว และโยนมุขสไตล์นี้เข้ามาได้อยู่ตลอดทั้งเรื่อง แม้ว่าจะมีมุขที่แป้กบ้าง ฮาบ้าง หรือชวนอึดอัดบ้างปนๆ กันไป และหากนับเป็นเปอร์เซ็นแล้ว ก็เชื่อว่ามีมุขที่ชวนขำมากกว่าแป้ก (ก็ขึ้นอยู่กับ Sense of Humor ในแต่ละคน)
เพราะมุขตลกในหนังส่วนมากก็เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับซีรี่ส์ชุด Mr. Bean มากๆ อย่างพวกมุขตลกแนวเจ็บตัว หรือทำอะไรโง่ๆ ทึ่มๆ ต่างๆ ซึ่งหากใครที่หัวเราะได้กับเรื่องนั้น ก็น่าจะสามารถสนุกไปกับเรื่องนี้แบบไม่ต้องสงสัย รวมไปถึงมุขล้อเลียนขนบของหนังสายลับ ที่มีการอ้างอิงไปถึงหนังสายลับดังๆ มากมาย ซึ่งก็ดูได้เพลิดเพลินดี แต่ในทางกลับกันหากคุณไม่ได้เป็นคนที่ชอบมุขประเภทนี้แล้ว อาจจะนั่งขำแห้งได้ตลอดทั้งเรื่องแทนได้เหมือนกัน ในพาร์ทการแสดงของ Rowan Atkinson ก็สไตล์เดิมๆ เหมือนเป็น Mr. Bean ฉบับที่พูดได้ประมาณนั้น โดยรวมหากใครต้องการหนังตลกไร้สาระสักเรื่องจะต้องถูกใจกันอย่างแน่นอน
เมื่อระบบความมั่นคงถูกแฮ็คจนสายลับในเอ็มไอเซเว่นถูกเปิดโปง นายกหญิงแห่งเกาะอังกฤษ (เอ็มมา ธอมป์สัน) ก็จำใจในระดับกล้ำกลืนฝืนทนเรียกตัว จอห์นนี อิงลิช (โรแวน แอตคินสัน) สายลับเพียงหนึ่งเดียวที่ยังไม่ถูกเปิดโปงมาสืบหาอาชญากรไซเบอร์ก่อนที่โลกจะถูกครอบงำด้วยบิ๊กดาต้าในมือของทรชน โดยมี โอฟีเลีย (โอลกา คูริเลนโก) สายลับสาวสุดร้อนแรงที่ไม่รู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรูคอยเป็นหอกข้างแคร่ในปฏิบัติการที่สายลับแห่งโลกอนาล็อคต้องต่อกรกับวายร้ายยุคใหม่โดยมีอินเตอร์เน็ตและความมั่นคงเป็นเดิมพัน
การกลับมาของสายลับจำเป็นอย่าง จอห์นนี่ อิงลิช เป็นครั้งที่ 3 ทิ้งห่างจาก Johnny English Reborn (2011) ภาคที่แล้วเพียง 7 ปีเท่านั้น แต่หนังยังคงมาในสูตรเดิมทั้งพล็อตที่่ต้องเริ่มจาก จอห์นนี่ อิงลิช คือสายลับที่ไม่มีใครต้องการแต่กลับกลายเป็นความหวังเดียวของอังกฤษที่คอยแต่จะสร้างปัญหาปวดหัวให้ทางการก่อนจะแก้ไขสถานการณ์ให้โลกสงบสุขได้แบบฟลุ๊คๆ ซึ่งโดยโครงเรื่องแล้วก็แทบไม่ต่างจากทั้ง 2 ภาคที่ผ่านมาที่เป็นการเล่นตลกท่าทางกึ่งวันแมนโชว์ของ โรแวน แอตคินสัน ที่เน้นเอาความเปิ่นความเฟอะฟะเกินจะเป็นสายลับได้มาสร้างเสียงหัวเราะให้คนดูได้หายคิดถึง มิสเตอร์บีน ซึ่งโรแวนก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หลายมุกที่เหมือนจะไม่รอดพอได้จังหวะการเล่นตลกท่าทาง (comedy of manner) อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาช่วยไว้ก็ทำให้คนดูได้ก๊ากดังๆได้หลายครืนอยู่นะ
แต่สิ่งที่ภาคนี้ดูจะเน้นเป็นพิเศษคือการให้จอห์นนี่ อิงลิชเป็นตัวแทนสายลับฉบับอนาล็อคผู้ปฏิเสธสมาร์ตโฟนเพราะไม่อยากถูกติดตาม ขับรถแอสตัน มาร์ติน ที่ซดน้ำมันเป็นว่าเล่นแทนรถไฮบริดหรือการเรียกหาแต่แกตเจ็ตสุดล้ำที่เป็นทั้งอาวุธและเครื่องมือเสริมบารมี ซึ่งไม่ต้องเป็นคอหนังระดับฮาร์ดคอร์ก็คงพอเดาออกว่านี่คือภาพจำมาจากหนังสายลับสุดดังอย่าง เจมส์ บอนด์ โดยเฉพาะยุคอนาล็อคในสมัยฌอน คอนเนอรี หรือ โรเจอร์ มัวร์ รับบทพยัคฆ์ร้ายเจ้าเสน่ห์ในยุคที่ยังไม่มีสมาร์ตโฟนเครื่องเดียวทำได้ทุกอย่างเหมือนทุกวันนี้ ที่ทำให้เกิดแกตเจ็ตเท่ๆมากมายให้คนดูได้บริหารจินตนาการกันมากกว่าแค่จะกลายเป็นหนังขายของ SONY เหมือนหนังเจมส์ บอนด์ยุคหลัง ประหนึ่งจะบอกว่าความล้าสมัยคือความดีงามอย่างหนึ่งของคนอังกฤษอย่าไปตามโลกมันมากนักเลย ให้ภาพนอสทัลเจีย (Nostalgia) รำลึกอดีตอันหอมหวานของหนังสายลับกันแบบโต้งๆเลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้นบทหนังเองยังมองเทคโนโลยีในแง่ร้ายแบบสุดขั้วจริงๆอย่างตัวผู้ร้ายเองก็แทบถอดแบบมาจาก มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก และใช้เทคโนโลยีบิ๊กดาต้าเป็นอาวุธสำคัญแทนที่นิวเคลียร์ในยุคสงครามเย็น และวางเดิมพันเป็นเสถียรภาพในการใช้อินเตอร์เน็ตของคนทั่วโลกก็ยิ่งให้ภาพเทคโนโลยีแบบดิสโทเปียชัดเจนมาก และยิ่งมีฉากที่ จอห์นนี อิงลิช ต้องมาใช้ VR ในการฝึกบุกรังผู้ร้ายแต่กลายเป็นการสร้างความวินาศให้ทางการไปเสียอีกเป็นการยืนยันอุดมการณ์ของหนังอย่างหนักแน่น
นอกจากนี้ที่ยิ่งกว่าการที่ โรแวน แอตคินสัน มาเต๊ะท่าล้อเลียนเจมส์ บอนด์ แล้ว หนัง 2 ภาคหลังยังจงใจนำสาวบอนด์มาปรากฎตัวเพื่อให้เกิดภาพของการล้อเลียนชัดขึ้นไปอีก ในภาคที่แล้ว Reborn หนังได้ โรซามุนด์ ไพค์ จาก 007 Die Another Day (2002) มาแสดง ส่วนในภาค Strikes Again นี้หนังก็คว้า โอลกา คูริเลนโก จากเจมส์ บอนด์ภาค Quantum of Solace (2008) มารับบทสายลับรัสเซียสุดเซ็กซี่แบบที่เราเคยอยากเห็นเธอในหนังเจมส์ บอนด์แต่กลับผิดหวัง จนกลายเป็นว่า Johnny English Strikes Again กลับทำให้เราสมหวังแทนโดยนำ โอลกา มารับบทง่ายๆโชว์เสน่ห์ทั้งหน้าตาและหุ่นสุดเซ็กซี่ให้หนุ่มๆได้กระชุ่มกระชวยกันไปประหนึ่งหนังจะบอกกับผู้สร้างเจมส์ บอนด์ว่าคนดูไม่ได้ต้องการดูหนังบอนด์เครียดๆนะเว้ย เขาอยากได้อะไรเดิมๆกลับมาดูอีกครั้งต่างหาก
เอาเป็นว่าใครคิดถึงมุกแบบมิสเตอร์บีนในมาดสายลับก็ไปดูเถอะรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ยิ่งใครเครียดๆนี่เรียกใช้บริการสายลับศูนย์ศูนย์ก๊ากของเราได้เลยรับรองหาย แต่อาจประสบปัญหากรามค้างแทนนะ ฮ่าาาา