ดูหนัง John Carter (2012) นักรบสงครามข้ามจักรวาล เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์อันลึกลับและ.น่าพิศวงที่มีชื่อว่า “บาร์ซูม”.(ดาวอังคาร).”นักรบสงครามข้ามจักรวาล” สร้างจากนวนิยายสุดคลาสสิคของ เอ็ดการ์ ไรซ์ เบอร์โรวส์ ที่เรื่องราวการผจญภัยเหนือจินตนาการของเขาเป็นรงบันดาลใจให้กับผู้สร้างภาพยนตร์มากมาย ทั้งในอดีตและ.ปัจุบัน เรื่องราวของอดีตนายทหารผู้เบื่อหน่ายสงคราม ร้อยเอก จอห์น คาร์เตอร์.(เทย์เลอร์ คิทส์ช).ที่วันหนึ่ง ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองได้มาอยู่บนดาวอังคารอย่างอธิบายไม่ได้ และ.เขาได้ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังประทุขึ้นระหว่างผู้ที่อาศัยอยู่บนดาวดวงนี้ รวมทั้ง ทาร์ส ทาร์คาซ.(วิลเล็ม ดาโฟ).และ.เจ้าหญิง เดจาห์ ธอริส ผู้ทรงสเน่ห์.(ลินน์ คอลินส์).ในโลกที่ใกล้จะถึงกาลแห่งความล่มสลาย คาร์เตอร์ ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของมนุษยธรรมอีกครั้ง เมื่อเขาพบว่าชะตากรรมของดาวบาร์ซูมและ.ผู้คนบนดาวนั้นขึ้นอยู่กับเขาเพียงคนเดียว
อ่านรีวิวก่อน ดูหนังนักแสดง
Taylor Kitsch
Lynn Collins
Willem Dafoe
Samantha Morton
ผู้กำกับ
Andrew Stanton
รีวิวหนัง John Carter (2012) ดูหนังออนไลน์
และที่สำคัญ นี่คือเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากนิยายสุดคลาสสิก “A Princess of Mars” ของ เอ็ดการ์ ไรซ์ เบอร์โรห์ส ( Edgar Rice Burroughs) ที่ตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 1912 และผ่านความพยายามในการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มาหลายต่อหลายครั้ง เรียกได้ว่า John Carter เป็นหนังที่ใช้เวลาในการเตรียมการสร้างยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะนับตั้งแต่ที่ริเริ่มโปรเจกต์จนวันที่หนังออกฉายกินเวลาไปกว่า 80 ปี
มีบุคคลระดับบิ๊ก ๆ ในฮอลลีวูดเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย ทั้ง ทอม ครูซ, จูเลีย โรเบิร์ต, จอน ฟาฟวโร, จอห์น แม็กเทียร์แนน แต่สุดท้ายแล้วทำไมถึงมาลงเอยที่พระเอกโนเนม แล้วผลลัพธ์ก็ไม่เป็นไปตามคาด หนังทำรายได้ทั่วโลกไปเพียงแค่ 284 ล้านเหรียญ ถ้าพิจารณาจากทุนสร้างที่ 250 ล้าน บวกค่าการตลาดอีก นั่นเท่ากับดิสนีย์ขาดทุนยับเยิน ผ่านมาจนถึงวันนี้ก็นับสิบปีแล้ว ก็ยังเป็นที่กล่าวขวัญถึงในฐานะ หนังฟอร์มยักษ์ที่ล้มเหลวมากที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ฮอลลีวูด และถูกหยิบมาเป็นกรณีศึกษาอยู่เนือง ๆ บทความนี้จะพาเราย้อนอดีตไปถึงจุดกำเนิด ว่าด้วยเหตุใด หนังที่มีองค์ประกอบครบถ้วนที่น่าจะทำเงินถล่มทลายถึงออกมาพลิกล็อกได้ขนาดนี้
ภาพยนตร์ John Carter นั้น ดัดแปลงมาจากนิยาย ‘Under the Moons of Mars’ ตีพิมพ์ในนิตยสาร Pulp ลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ไปจบในเดือนกรกฎาคม 1912 พอนิยายจบสมบูรณ์ก็ได้รับการรวบรวมเป็นเล่มปกแข็งใน 5 ปีต่อมา พอเป็นนิยายเล่มก็ใช้ชื่อว่า ‘A Princess of Mars’ และได้รับความนิยมอย่างดี จึงมีเล่มต่อออกตามมาอีก 10 เล่ม กลายเป็นนิยายชุดที่รู้จักกันในชื่อ ‘Barsoom’ ซีรีส์ (บาร์ซูม เป็นชื่อที่ชาวดาวอังคาร เรียกชื่อดาวของตัวเอง)
ผ่านมาจนถึงยุค 80’s 2 ผู้อำนวยการสร้างชื่อดัง มาริโอ คาสซาร์ (Mario Kassar) และ แอนดรูว์ จี. วาจนา (Andrew G. Vajna) ผู้มีผลงานภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง Total Recall และ Rambo ก็ทำหน้าที่เป็นตัวแทนดิสนีย์ ไปซื้อลิขสิทธิ์ในการดัดแปลง A Princess of Mars เป็นภาพยนตร์ เพราะในวันนั้น ดิสนีย์มองเห็นศักยภาพของนิยายว่าน่าจะดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่พอจะเป็นคู่แข่ง Star Wars ได้เลย แล้วมอบหมายให้ เท็ด เอลเลียต (Ted Elliott) และ เทอร์รี รอสซิโอ (Terry Rossio) รับหน้าที่ดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์ ส่วนตำแหน่งผู้กำกับนั้น ตกเป็นของ จอห์น แม็กเทียร์แนน (John McTiernan) ซึ่งกำลังมีชื่อเสียงมาจาก Predator และ Die Hard ส่วนนักแสดงนำนั้นก็ทาบทาม ทอม ครูซ (Tom Cruise) และ จูเลีย โรเบิร์ต (Julia Roberts) ไว้เรียบร้อยแล้ว
ฟังดูทุกอย่างก็สวยงามและน่าจะราบรื่น แต่ในที่สุด ผู้ที่ตัดสินใจหยุดโปรเจกต์นี้ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมการสร้างก็คือ ผู้กำกับแม็กเทียร์แนน ที่พินิจพิจารณาแล้วก็ยอมรับว่า เทคโนโลยีทางด้านวิชวลเอฟเฟกต์ของฮอลลีวูดในวันนั้น ยังไม่สามารถเนรมิตภาพได้ตามจินตนาการที่เบอร์โรห์สได้บรรยายไว้ แม้โปรเจกต์นี้จะถูกพับไป แต่ดิสนีย์ก็ยังคงเป็นผู้ถือครองสิทธิ์ในการสร้างอยู่ดี และ เจฟฟรีย์ คาตเซนเบิร์ก (Jeffrey Katzenberg) ประธานดิสนีย์ในวันนั้น ก็ยังพยายามผลักดันโปรเจกต์นี้ให้เป็นจริงตลอดมา จนสุดท้ายสิทธิ์ก็กลับไปอยู่ในบริษัทผู้ดูแลสินทรัพย์ของเบอร์โรห์ส
sanook
ช่วงนี้ใกล้ปิดเทอมเข้ามาทุึกที หนังดีๆสนุกๆ ก็เริ่มทยอยออกมาให้ชมกันมากขึ้น วันนี้ผมขอแนะนำหนังสนุกๆ อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะถือว่า เป็นหนังแอ็คชั่นไซ-ไฟ ฟอร์มใหญ่ยักษ์เรื่องแรกของปี 2012 นี้เลยก็ว่าได้ ผลงานของผู้กำกับคนดัง แอนดรูว์ สแตนตัน (Andrew Stanton)
สำหรับภาพภายนตร์เรื่องนี้จะถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของ แอนดรูว์ สแตนตัน ที่นำคนจริงๆ มาแสดงก็ว่าได้ เพราะว่าผลงานการกำกับของเขาที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง WALL-E และ Finding Nemo รวมถึงเรื่อง A Bug’sLife หรือแม้แต่งานเชียนบท อย่างเรื่อง Toy Story ก็ล้วนแล้วแต่เป็นงานอนิิเมชั่นแทบทั้งสิ้น
สแตนตัน ได้เขียนบทของภาพยนตร์ โดยการดัดแปลงมาจากนิยายคลาสสิกของ เอ็ดการ์ไรซ์ เบอร์โรว์ส (Edgar Rice Burrows) เรื่อง A Princess of Mars ซึ่งเป็นนิยายเรื่องแรกที่ลงตีพิมพ์ในหนังสือซีรี่ส์ Barsoom ของเบอร์โรว์ส ยังมีนิยายอีกหลายเรื่องของ เอ็ดการ์ไรซ์ เบอร์โรว์ส ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับสุดยอดผู้กำกับยักษ์ใหญ่ของฮอลลีวูดอีกหลา่ยท่าน อย่าง เจมส์ คาเมรอน แห่ง “อวตาร” และ จอร์จ ลูคัส แห่ง “สตาร์ วอร์ส” และ ปี ค.ศ. 2012 นี้ นับเป็นโอกาสแห่งการครบรอบ 100 ปี ของ จอห์น คาร์เตอร์ ตัวละครเอกของ “เบอร์โรว์ส” ซึ่งเป็นพระเอกดั้งเดิมในซีรีส์เรื่องนี้ เขาคือผู้ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับคนรุ่นแล้วรุ่นเล่าในการผจญภัยบนดาวอังคารของเขา
เป็นหนังแอ็คชั่นผจญภัยที่มีเรื่องราวเกิดชึ้นบนดาวเคราะห์ลึกลับรกร้างแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า “บาร์ซูม- Barsoom” (ดาวอังคาร) ที่ดาวดวงนี้ มีสิ่งมีชีวิตแปลกตาหลายชนเผ่า อย่างเช่น เผ่าตัวแดง ที่ประกอบไปด้วย ชนเผ่า เฮเลียมไมท์ และ โซดันแกนส์ เผ่าตัวเขียว ที่ถูกเรียกว่าพวกป่าเถื่อน คือเผ่า ธาร์คส์ และ เผ่าผู้ทรงอานุภาพ และชนผ่าจอมบงการที่หวังจะเป็นผู้ครอบครองดาวบาร์ซูมแต่เพียงผู้เดียว อย่างชนเผ่า เธิร์นส์
ดาวบาร์ซูม ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดวงดาวที่อุดมไปด้วยชีวิตและอารยธรรมที่ดีมาตลอด แต่มาบัดนี้เป็นเพียงดวงดาวที่กำลังจะสิ้นสลาย จากความขัดแย่งอย่างรุ่นแรงของ สองชนเผ่าที่คุกกรุ่นมากว่าหมื่นปีนั้นคือ พวก โซดันแกนส์ ที่นำโดย แซบบ์ ธาน (รับบทโดย โดมินิค เวสต์ – Dominic West ) และพวก เฮเลียมไมท์ ที่มีเจ้าหญิง เดจาห์ ธอริส (รับทบโดย ลีน คอลลินส์ – Lynn Collins) คนสวย ที่พยายามดิ้นรนหาหนทางยุติการต่อสู้และกอบกู้ดวงดาวที่เธอรักเอาไว้ให้ได้ เรื่องย่อ “จอห์น คาร์เตอร์” (รับบทโดย เทย์เลอร์ เคิร์ธ – Taylor Kitsch) อดีตนายทหารยศร้อยเอกผู้เบื่อหน่ายสงคราม แต่มีเหตุบังเิิิอิญที่เขาต้องถูกส่งตัวไปยังดาวบาร์ซูม(ดาวอังคาร)อันลึกลับ โดยหาสาเหตุไม่ได้ และการเข้าไปอยู่ท่ามกลางกระแสสงครามแห่งความขัดแย้งของชนเผ่า 2 เผ่าบนดาวบาร์ซูม ซึ่งกำลังจะก่อสงครามครั้งใหญ่ของผู้ที่อาศัยอยู่บนดาวดวงนั้น แต่จอห์น คาร์เตอร์ ก็ได้ผู้ช่วยที่ดีอย่าง ชนเผ่าธาร์คส์ และ “เจ้าหญิง เดจาห์ ธอริส” ผู้เลอโฉม
เขาจะทำอย่างไรเมื่อมหาสงครามแห่งดวงดาวกำลังจะอุบัติ ในดวงดาวที่พร้อมจะล่มสลายได้เพียงพริบตา ความอยู่รอดของดาวดวงนี้และผู้คนทั้งหลายขึ้นอยู่กับเขาเพียงคนเดียว!
ต้องยอมรับว่า แอนดรูว์ สแตนตัน สอบผ่านจา่กการที่เคยเนรมิตแต่การ์ตูนอนิเมชั่นเพียงอย่างเดียว มาเป็นภาพยนตร์ที่มีตัวคนเล่นจริงๆ ภาพยนตร์ดูสนุก แม้ว่าช่วงกลางๆ ของเรี่อยจะอืดไปสักหน่อย กับการเสนอดราม่าเต็มๆ แต่พอถึงช่วงหลัง ก็ทำให้ลืมสิ่งที่อึดอัดในช่วงกลางไปได้ สิ่งที่ชอบในหนังเรื่องนี้คือ “ฉาก” สแตนตัน สามารถเนรมิตฉาก ดาวอังคารได้เป็นอย่างดี มีการวางระบบแบบไม่ทำให้งง ทั้งเรื่องของ ภาษา เผ่าพันธุ์ต่างๆ ระบบการปกครอง ความเชื่อ และสิ่งมีชีวิตบนดวงดาวแห่งนี้ แถมสแตนตัน ยังแทรกมุกตลกตามสไตย์หนังการ์ตูนอนิเมชั่นเข้าไปอีกด้วยทำให้ดูแล้วน่าติดตามมากขึ้น มุมกล้องสวยๆ กับฉากเอฟเฟ็กท์อลังการของเครื่องบิน และสัตว์ตัวใหญ่ๆ ทำให้ต้องดูอย่างที่ไม่ต้องกระพริบตากันเลย ก็ถือว่าคุ้มค่ากับทุนสร้าง 250 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับว่าเป็นทุนที่สูง แต่ Disney ซึ่งเป็นผู้ออกทุนทำเรื่องนี้ก็ยอมที่จะจ่ายอย่างง่ายๆ เพราะเห็นแล้วว่า พอจะเสี่ยงกับรายได้ภายในประเทศ และยังสามารถลุ้นรายได้จากต่างประเทศได้อีกด้วย จึงทำให้หนังเรื่องนี้ มีความยาวพอสมควร
ส่วนทางด้านตัวละคร พระเอกอย่าง เทย์เลอร์ เคิร์ช์ (หลังจากเคยรับบท แกมบิท ใน X-Men Origins: Wolverine) มาแล้ว คราวนี้มารับบทเป็น มาโชว์ซิกแพค ตอนแรกผมนึกว่าผมดูภาพยนตร์เรื่อง Prince of Persia ภาคดาวอังคารอยู่ เพราะว่าเครื่องแต่งกาย หรือทรงผม จะเหมือนมาก ส่วนนางเอกของเรื่องที่เป็นองค์หญิงแห่งดาวสีแดง เดจาร์ ธอลิส (ลีน คอลลินส์) เธอมีสเน่ห์ที่สายตาที่คม ผิวสีของเธอ และความกล้าหาญอันโดดเด่นที่ปิดซ่อนความอ่อนแอของเธอไว้ แต่บทของเธอถูกบดบังด้วย บทของ หมาต่างดาว เชื่อว่า หลายๆ คนที่ดูเรื่องนี้ต้องชอบหมาต่างดาวตัวนี้กันทุกคน
สรุปแล้ว ภาพยนตร์เรื่อง JOHN CARTER หรือชื่อภาษาไทยเต็มๆ ก็คือ จอห์นคาร์เตอร์ นักรบสงครามข้ามจักรวาล เป็นหนังที่ไม่มีพิษมีภัย เป็นหนังแฟนตาซีผจญภัยที่ดูแล้วสนุกในระดับนึง แค่ได้ดูฉากดาวอังคาร หรือเอฟเฟ็กท์ และฉากแอ็คชั่นต่างๆ แค่นี้ก็คุ้มแล้ว ผมขอรับรองว่า จอห์น คาร์เตอร์ ไม่ คาที่แน่นอน เป็นภาพยนตร์ที่น่าดูในช่วงนี้จริงๆ