ดูหนัง I Am Mother (2019) หุ่นเหล็ก โลกเรียกแม่
เรืองราวของเด็กสาววัยรุ่น “ดอเทอร์” (คลารา รูการ์ด) เป็นมนุษย์รุ่นแรกที่ถูกเลี้ยงขึ้นมาในศูนย์หลบภัยใต้ดินกับ “มาเธอร์” หุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่เพาะพันธุ์มนุษย์หลังวิกฤติสูญพันธุ์ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกคู่นี้ต้องสั่นคลอนเมื่อมีผู้หญิงเลือดโชก (ฮิลารี สแวงก์) มาเคาะประตูขอความช่วยเหลือ หญิงแปลกหน้าผู้นี้ทำให้ความเชื่อของดอว์เทอร์ที่มีต่อโลกภายนอกเปลี่ยนไป การเริ่มต้นค้นหาความจริงครั้งยิ่งใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้น หลังจากเหตุการณ์การสูญพันธุ์ บังเกอร์อัตโนมัติที่ออกแบบและสร้างขึ้นเพื่อขยายจำนวนประชากรมนุษย์ก็เปิดใช้งาน ดรอยด์ชื่อมาเธอร์ได้เพาะตัวอ่อนมนุษย์และดูแลเธอเป็นเวลาหลายปี หลายปีต่อมา[4] เราเห็นเด็กสาววัยรุ่นชื่อดอล์ฟซ่อมมือของมาเธอร์ แม่สอนบทเรียนทางศีลธรรมและจริยธรรมที่ซับซ้อนให้โดล์ฟ โดยเตือนเธอเกี่ยวกับการสอบที่จะเกิดขึ้น แม่ห้ามไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกบังเกอร์ โดยบอกกับโดล์ฟว่าบังเกอร์นั้นปนเปื้อน แต่โดล์ฟรู้สึกอยากรู้ โดยเฉพาะหลังจากที่เธอพบหนูตัวหนึ่งที่ต้องมาจากภายนอก
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง
Hilary Swank ฮิลารี สแวงก์

โรส เบิร์น

คลารา รูการ์ด

ผู้กำกับ : แกรนด์ สปูโทเร
รีวิว I Am Mother (2019) หุ่นเหล็ก โลกเรียกแม่
playinone
I Am Mother เป็นเรื่องราวของเด็กสาววัยรุ่นในบท “ลูกสาว” คลาร่า รูการ์ด (Clara Rugaard) มนุษย์คนแรกที่ถูกเลี้ยงขึ้นมาในศูนย์หลบภัยใต้ดินกับ “แม่” หุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เพาะพันธุ์มนุษย์หลังวิกฤติสูญพันธุ์ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกคู่นี้ต้องสั่นคลอนเมื่อมีผู้หญิงปริศนาเลือดโชก (Hilary Swank) มาเคาะประตูขอความช่วยเหลือ หญิงแปลกหน้าผู้นี้ทำให้ความเชื่อของดอว์เทอร์ที่มีต่อโลกภายนอกเปลี่ยนไป การเริ่มต้นค้นหาความจริงครั้งยิ่งใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้น
นี่เป็นหนังแนวไซไฟที่พล็อตและเทรลเลอร์น่าสนใจมาก แต่ตัวหนังเองเป็นหนังอินดี้ทุนไม่สูงมากนัก ที่ได้ดารานักแสดงออสการ์อย่าง Hilary Swank มาเล่น ซึ่งเป็นจุดที่ดึงดูดทำให้หนังดูมีอะไรมากกว่าแค่พล็อตอินดี้โลกอนาคตล่มสลาย ที่จำกัดวงไว้แค่ภายในห้องทดลอง กับหุ่นยนต์ที่เรียกตัวเองว่า “แม่” ตัวเดียวแทบทั้งเรื่อง ซึ่งก็ทำออกมาเคลื่อนไหวลื่นไหลไม่เงอะงะเทอะทะแบบรูปร่างภายนอก (เข้าใจว่าใช้คนเล่นเป็นหุ่นแทนที่จะเป็น CG) ส่วนฉากต่างๆ ภายในเก็บงานโปรดักชั่นได้ละเอียดสมจริง แม้จะไม่ดูอลังการอะไรนัก นอกจากภายในห้องแล้วก็ยังมีส่วนภายนอกที่เป็นโลกล่มสลาย ซึ่งเราจะได้เห็นกันในช่วงท้ายๆ ของหนัง ซึ่งทำออกมาดูเวิ้งว้างยิ่งใหญ่ในงบจำกัดได้ลงตัวดี
beartai
หนังจากเทศกาลซันแดนซ์ที่ฮือฮาว่าเป็นหนังไซไฟปรัชญาที่โคตรเจ๋งของปีที่ผ่านมา อารมณ์ประมาณ Ex Machina ที่มาอินดี้โนเนมแต่ดีเว่อจนคนบอก ๆ ต่อกันเมื่อหลายปีก่อน สำหรับเรื่องนี้ความเจ๋งคงมาตั้งแต่พลอตที่ด้วยเด็กสาวที่ถูกเลี้ยงขึ้นมาจากแม่ที่เป็นหุ่นยนต์ ในห้วงเวลาที่โลกได้สิ้นสุดมนุษยชาติสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ทุกอย่างก็ดูเป็นปกติสำหรับเด็กสาวที่จะเชื่อทุกอย่างที่แม่ของเธอบอก ทั้งการเรียนปรัชญาต่าง ๆ การดำรงชีวิต จริยธรรม รวมถึงการทำแบบทดสอบเพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แม่มักบอกเธอว่า แม่รักเธอและทำสิ่งที่ดีเพื่อเด็กสาวเสมอ จนวันหนึ่งก็ได้มีผู้หญิงจากโลกภายนอกหลงมา สร้างความปั่นป่วนในการรับรู้ของเด็กสาว ว่าโลกภายนอกอาจไม่เป็นอย่างที่เธอเชื่อ และบางทีแม่ก็อาจจะโกหกเธอมากกว่าแค่เรื่องนี้ด้วย แต่ความสนุกก็อยู่ตรงที่หนังก็สร้างปมขัดแย้งว่าตัวผู้หญิงที่เข้ามาเองก็อาจไม่มีความน่าเชื่อถือมากพอด้วย เอาล่ะสิ ในฐานะผู้ชมที่มองทุกอย่างผ่านสายตาของ ลูกสาว ที่เหมือนคนกลางและไร้เดียงสาต่อโลกภายนอกสุด ๆ ควรเชื่ออะไรดี
หนังเรื่องนี้เป็นผลงานของ แกรนท์ ปูตัวร์ ผู้กำกับหน้าใหม่ที่ไม่ผ่านงานหนังใหญ่มาก่อน แต่ก็ผ่านงานซีรีส์ในออสเตรเลียกับเป็นผู้ช่วยผู้กำกับมาพอประมาณ บารมีชื่อชั้นอาจยังไม่มาก แต่อาจด้วยไอเดียของเขานี่ล่ะที่สามารถดึงดาราใหญ่อย่าง ฮิลารี สแวงก์ มาร่วมงานในบทสมทบสำคัญได้ และเมื่อมองด้านโพรดักชันก็ต้องบอกว่ามีความเนี้ยบอยู่ไม่น้อยเลย ทั้งฉากและซีจี การดีไซน์ต่าง ๆ การวางเส้นเรื่องแบบตัวละครจำนวนไม่มาก ก็ทำให้เขาคุมทิศทางบทและงานสร้างได้อยู่มือ ไม่ล้นเกินตัว ทำให้หน้าที่สำคัญของ คลารา รูการ์ด ที่ต้องเป็นตัวเอกแบกหนังค่อนเรื่องลดภาระลงไปพอควร จึงทำให้น้องคลาราซึ่งเด็กสุดในเรื่องก็สามารถประคองตัวรอดไปได้สบาย ๆ แม้จะต้องเล่นอารมณ์กับซีจี และประกบนักแสดงรุ่นเก๋าก็ตาม