ดูหนัง Ghostbusters Frozen Empire (2024) โกสต์บัสเตอร์ส มหันตภัยเมืองเยือกแข็ง
ครอบครัวสแปงเลอร์จะกลับมาสู่ที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ซึ่งก็คือสถานีดับเพลิงที่เราคุ้นเคยกันดี โดยพวกเขาและเธอจะมาร่วมทีมกับบริษัทกำจัดผีชุดดั้งเดิม ที่ได้ทำการพัฒนาศูนย์วิจัยลับกำจัดผีให้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อการค้นพบวัตถุโบราณกลับกลายเป็นการปลดปล่อยพลังชั่วร้ายออกมา เหล่าโกสต์บัสเตอร์ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่จึงต้องร่วมมือกันเพื่อปกป้องบ้านของพวกเขาและเธอ และช่วยเหลือโลกใบนี้ไม่ให้เข้าสู่ยุคนํ้าแข็งครั้งที่สอง สามปีหลังจากเหตุการณ์ในเมือง Summerville รัฐโอคลาโฮมา Callie Spengler, Gary Grooberson คู่หูของเธอ, Trevor และ Phoebe ลูกๆ ของเธอ, และ Lucky Domingo และ Podcast เพื่อนของพวกเขา ย้ายไปนิวยอร์กซิตี้เพื่อช่วยWinston ZeddemoreและRay Stantzก่อตั้ง Ghostbusters ขึ้นมาใหม่ หลังจากที่กลุ่มจับผีที่รู้จักกันในชื่อHell’s Kitchen Sewer Dragon ได้แล้ว Walter Peckคู่ต่อสู้มายาวนานของ Ghostbusters และปัจจุบันเป็นนายกเทศมนตรีของเมือง ขู่ว่าจะปิดพวกเขาลง เพื่อเอาใจ Peck Callie จึงเอา Phoebe ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะออกจากทีม Phoebe รู้สึกไม่พอใจและเล่นหมากรุกในสวนสาธารณะใกล้เคียง เธอพบและเป็นเพื่อนกับ Melody ผีของเด็กสาววัยรุ่นที่เสียชีวิตในเหตุไฟไหม้
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง
Paul Rudd พอล รัดด์

แคร์รี คูน

ฟินน์ วูลฟ์ฮาร์ด

บิล เมอร์เรย์

ผู้กำกับ : กิล คีแนน
รีวิว Ghostbusters Frozen Empire (2024) โกสต์บัสเตอร์ส มหันตภัยเมืองเยือกแข็ง
entertainment
เปิดฉากมา ณ.ใจกลางเมือง “โกสต์บัสเตอร์ส” นำทีมโดย พอล รัดด์ “รับบท แกรี กรูเบอร์สัน” นำทีม และคุณแม่ แคร์รี คูน “รับบท คัลลี สแปงเลอร์” กับ ลูกชาย ฟินน์ วูลฟ์ฮาร์ด “รับบท เทรเวอร์ สแปงเลอร์” สุดท้าย แม็คเคนนา เกรซ “รับบท โฟบี สแปงเลอร์” ตามไล่ล่าเจ้ามังกร (มีฉากแอคชั่นเบาๆ ให้เราได้กลิ่นอายของ “โกสต์บัสเตอร์ส”) แต่ในที่สุดก็สามารถจับมันลงไปใน ตู้กักเก็บพลังงานได้ แต่เหมือนว่าตู้ใกล้จะต้องเปลี่ยนใหม่ได้แล้ว และตอนนี้ที่เราจะเห็นว่า “เกรซ” กำลังมีปัญหา ด้วยเพราะอายุของเธอเพิ่งจะ 15 ปี ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถเข้าร่วมทีมได้ ในขณะที่คนอื่นออกไปปฎิบัติการเธอเองก็ได้พบเพื่อนใหม่อย่าง เมโนดี้ (รับบท เอมิลี อไลน์ ลินด์) และแล้วเรื่องราวแปลกๆ ก็ได้เริ่มขึ้น
ความรู้สึกหลังดูจบ: ปรบมือสิครับ จะยืนรออะไรกันอยู่อีก เป็นหนังอีกเรื่องที่จะทำให้เรายิ้มและหัวเราะขึ้นมาได้อีกครั้ง เนื้อเรื่องที่สนุก เล่าให้คนดูให้เราได้ติตตาม คนนี้พูด แล้วต่อไปก็คนนั้น สุดท้ายจะมาโผล่ที่ตัวนี้อีกคนเป็นคนพูดปิดประโยค จนบางทีต้อง กรอ กลับไปฟังอีกรอย เอ๋….เมื่อกี้ใครพูดอะไรนะ ในส่วนของ คลายแม็ก เรื่องนี้ก็จะใส่บนเล็กๆ น้อยๆ เข้าไปก่อน เป็นตัวละครใช้แล้วทิ้ง ตัดบทไปดื้อๆ เลย แล้วช่วงก่อนจบก็นำกลับมาใช้งานอีกครั้ง ตูม !! เหมือนปากปล่องภูเขาไฟ พ่นลาวา แล้วก็ตกลงมากลายเป็น ฮีโร่ (เอิ่มม…จะพูดยังไงดีล่ะ แต่ก็นะ) กอบกู้เมืองของเราได้สำเร็จ
beartai
ซึ่งว่ากันตามตรงเส้นเรื่องรองอย่างความสัมพันธ์ระหว่างฟีบีกับเมโลดี้ก็ถือว่าไม่เลวเลยนะครับที่จะหยิบยกมาใช้เป็นปมดราม่าสำคัญของหนังภาคนี้ แต่ช่องโหว่สำคัญคือมันดันเป็นปมที่ต่อเนื่องมาจากปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เป็นปมใหญ่กว่า เพราะแทนที่หนังจะไปเคลียร์ปมพ่อเลี้ยงลูกเลี้ยงระหว่างฟีบีกับกรูเบอร์สัน หรือไปเคลียร์ปมแม่ลูกระหว่างเธอกับแคลลี หนังกลับไปสร้างตัวละครอย่างเมโลดี้แทนซึ่งก็ดันมีปมการตายที่น่าสนใจแต่หนังก็ไม่ได้เล่าต่ออีกเพียงแต่ใช้เธอเพื่อนำไปสู่จุดไคลแม็กซ์ของหนังเท่านั้นเอง จนอดเสียดายเสน่ห์บนจอระหว่างแม็กเคนนา เกรซ กับ เอมิลี อไลน์ ลินด์ ที่เปล่งประกายมาก ๆ ตอนพวกเขาอยู่ด้วยกัน
อีกจุดที่ยอมรับว่าเสียดายไม่น้อยคึอในขณะที่มันมีวัตถุดิบเจ๋ง ๆ ดังที่กล่าวไปในย่อหน้าแรกของรีวิวเรื่องนี้แล้ว แต่หนังกลับจุดประเด็นที่นำไปสู่การาก้าผีบอสหลักของหนังภาคนี้ช้ามาก ทั้งที่อุตส่าห์ปูพื้นความน่ากลัวไปตั้งแต่ช่วงอารัมภบท (Prologue) เปิดเรื่องที่ทำคนดูง้างรอว่ามันมาแน่ มันโหดแน่ แต่กว่าการาก้าจะออกโรงก็ปาไปท้ายองก์สองของหนังที่ส่วนตัวคิดว่ามันมาช้าเกินไปหน่อย และในขณะที่ก็ต้องยอมรับว่าคีแนนก็ยังปรุงหนังให้ออกมาอร่อยและแฟนเซอร์วิสเหล่าสาวกบริษัทกำจัดผีอย่างเต็มเหนี่ยว แต่การปรากฎตัวของนักแสดงต้นฉบับหรือการเล่นซ้ำมุกเดิมกับหนังภาคแรกกลับไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ มิหนำซ้ำบทบาทเทรเวอร์ของฟินน์ วูลฟ์ฮาร์ดในหนังภาคนี้ยิ่งไม่เป็นชิ้นเป็นอันและมีประโยชน์ต่อทีมบริษัทกำจัดผีน้อยเกินไป