ดูหนัง Fifty Shades 3 Freed (2018) ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด
ภาคต่อความสัมพันธ์ระหว่างแอนาสเตเชีย รับบทโดย ดาโกต้า จอนห์สัน และมิสเตอร์เกรย์ รับบทโดย เจมี่ ดอร์แน่น หลังจากภาคที่แล้วทั้งคู่ได้ตกลงแต่งงานกัน และในภาคนี้จะเป็นการออกไปท่องโลกฮันนีมูนให้แฟนหนังได้อิจฉาตาร้อนผ่าว รวมถึงล้วงลึกเข้าไปถึงอีกด้านของจิตใจของคุณเกรย์ คริสเตียนและอนาสตาเซีย คู่รักที่เพิ่งแต่งงานใหม่ ถูกบังคับให้ยุติช่วงฮันนีมูนลงและกลับบ้านหลังจากรับข่าวการบุกรุกที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท คริสเตียน แจ็ก ไฮด์ อดีตเจ้านายของอนาที่ถูกไล่ออกในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศได้ขโมยไฟล์คอมพิวเตอร์บางส่วน คริสเตียนสร้างความประหลาดใจให้กับแอนาด้วยบ้านหลังใหม่และจ้างสถาปนิก เกีย แมตเตโอ ให้สร้างใหม่ให้เธอ แอนารู้สึกไม่พอใจเมื่อเธอจีบเกรย์อย่างเปิดเผย ต่อมาเธอขู่ว่าจะไล่เจียออกถ้าเธอทำแบบนี้ต่อไป ทำให้เธอต้องหยุดทำ เมื่อคริสเตียนไม่อยู่บ้านเพราะต้องเดินทางไปทำธุรกิจ แอนาไม่สนใจความปรารถนาของเขาที่ให้เธออยู่บ้าน แต่กลับพบเคท คาเวอนาห์ เพื่อนของเธอเพื่อดื่มด้วยกัน เคทคบกับเอลเลียต พี่ชายของคริสเตียน และกลัวว่าเขาอาจมีสัมพันธ์กับเจีย เพื่อนร่วมงานของเขา แจ็ก ไฮด์พยายามลักพาตัวแอนาเมื่อเธอกลับถึงบ้าน ทีมรักษาความปลอดภัยชุดใหม่ของแอนาจึงจับกุมเขา และเขาถูกจับกุม
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง
Dakota Johnson ดาโกตา จอห์นสัน

Jamie Dornan

Eric Johnson

ผู้กำกับ : James Foley
รีวิว Fifty Shades 3 Freed (2018) ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด
beartai
และแล้ว มหากาพย์บทรักเจ็บเสียวในห้องแดง ก็ดำเนินมาถึงจุดไคลแมกซ์(ตามโฆษณา)เสียที หลังแนะนำเราให้รู้จัก คริสเตียน เกรย์ (เจมี ดอร์แนน) และ อันนาสเตเชีย (ดาโกตา จอห์นสัน) คู่รักเจ็บลึกที่สานสัมพันธ์กันมาทั้งในฐานะ คู่สัญญาเจ็บสวาทใน Fifty Shades of Grey (2015), แล้วพัฒนาจากความเปลี่ยวมาสู่ความรักใน Fifty Shades Darker (2017) จนมาถึง Fifty Shades Freed ภาคล่าสุด เมื่อชีวิตหลังแต่งงานของทั้งคู่ถูกทดสอบด้วยนิยามความเป็นครอบครัว และได้ลุ้นระทึกกับการตามล้างตามเช็ดของ แจ็ค อดีตหัวหน้าอันนาสเตเชียที่ถูกไล่ออกจากบริษัทไปในภาคที่แล้ว
สิ่งหนึ่งที่ควรทำความรู้จักกับหนังชุด Fifty Shades คือแม้มันจะเอาเซ็กส์แบบ BDSM (Bondage , Discipline, Sadism, Masochism) มาเป็นจุดขายแต่การนำเสนอก็ไม่ได้รุนแรงแบบถึงเลือดถึงเนื้อเหมือน In The Realm of the senses (1976) หนังญี่ปุ่นที่ถือเป็นบิดาแห่งหนังทางนี้ ตรงกันข้ามสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงทั่วโลกดูจะคลั่งนิยายและหนังชุดนี้คงเป็นแฟนตาซีโรแมนติกชวนเพ้อเรียกง่ายๆนี่คือ ซินเดอเรลลาฉบับซั่มสวาทที่เปลี่ยนจากเจ้าชายมาเป็นหนุ่มหล่อมหาเศรษฐีคลั่งเซ็กส์แบบเจ็บๆ และนางซินก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อันนาสเตเชีย ที่ค่อยๆถูกเปลี่ยนจากนักศึกษาแต่งตัวบ้านๆสู่ชีวิตครอบครัวไฮโซที่สาวๆสามารถเพ้อฝันเอาตัวเองไปแทนที่หล่อนเพื่อตอบสนองความสุขทางใจได้ ดังนั้นฉากเซ็กส์ต่างๆในหนังจึงถูกถ่ายทอดออกมาให้ชวนปรารถนามีทั้งความสวยงามของเรือนร่างนักแสดงและบทพูดที่ค่อยๆเปิดเปลือยให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว คริสเตียน เกรย์ ไม่ได้ไร้หัวใจอย่างที่เห็น (แหม่นึกถึงคาแรกเตอร์ เคน ธีรเดช ในละครหลายเรื่องเลยไหมล่ะ ฮ่าาา) ดังนั้นหากใครจะหวังเห็นฉากถึงเนื้อถึงตัว โซ่ แส้ กุญแจ มือ เฆี่ยนตี บุกตะลุยกันถล่มทลาย นี่ไม่ใช่หนังของคุณแน่นอน
ข้อดีหลักๆของ Fifty Shades Freed เลยคือภาคนี้มันมีจุดขัดแย้งที่ทำให้เรื่องน่าสนใจ แม้อาการหึงหวงแบบหนังภาคก่อนๆจะยังมาสร้างความลำไยอยู่บ้างแต่พอภาคนี้มีการตามล้างแค้นของแจ็ค ไฮด์ (อีริก จอห์นสัน)เลยทำให้เรื่องราวมีอารมณ์ ทริลเลอร์เรียกค่าไถ่ มีฉากแอ็คชั่น มีการสืบสวนสอบสวน น่าจะทำให้เหล่าหนุ่มๆที่ถูกลากไปดูไม่เซ็งเกินไป ควบคู่ไปกับบทเรียนชีวิตคู่ทั้งการสร้างครอบครัว ความไว้เนื้อเชื่อใจหลังแต่งงาน ที่หนังบอกเล่าได้หนักแน่นดีตามที่บทพอจะเอื้ออำนวยก็ทำให้หนังภาคนี้ไม่เบาบางด้านสาระเหมือนสองภาคก่อนหน้า และแน่นอนว่าภาคนี้ยังคงจัดเต็มเพลงประกอบเพราะๆคลอเคล้าสร้างความโรแมนติกชวนเพ้อฝันได้ดีเช่นเดิม รวมถึงหากวาเลนไทน์นี้ไม่รู้จะสรรหาความแปลกใหม่ของเกมรักอย่างไรดี หนังก็น่าจะเป็นครูที่ดีได้พอสมควรและน่าจะทำให้สาวๆกล้ารุกหนุ่มๆมากขึ้นเพราะภาคนี้ อันนาสเตเชียไม่รู้หิวมาจากไหน เอะอะ ‘ขอยิ้ม’ ตลอดไม่ว่าโกรธ เสียใจ โดยเฉพาะอาการ ‘หิวกลางดึก’ ที่นางทำให้ “ไอศกรีมรสมินต์” เป็นไอเทมสวาทประจำปีได้เลย