ดูหนัง Big Game (2014) เกมล่าประธานาธิบดี เมื่อเครื่องบิน แอร์ ฟอร์ส วัน ถูกเหล่าผู้ก่อการร้ายยิงตกในป่าแห่งหนึ่ง ทำให้ประธานาธิบดีคนสำคัญของสหรัฐอเมริกา (แซมมูแอล แจ๊คสัน) ต้องหนีเอาตัวรอด พร้อมรับการช่วยเหลือจากเด็กหนุ่มท้องถิ่น วัย 13 ปีนามว่า โอสคาริ (ออนนิ ทอมมิล่า) ที่เข้าป่าเพื่อพิสูจน์ความเป็นชายชาตรีตามขนบประเพณีโบราณของเผ่า จากภารกิจล่ากวางเพียงหนึ่งตัว โอสคาริกลับพบกับชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน ผู้ปรากฏกายจากห้องดีดตัวจากเครื่องบิน ท่ามกลางผู้ก่อการร้ายตัวฉกาจที่ไล่ล่าประธานาธิบดีใน “เกมล่าชีวิต” ที่เดิมพันด้วยรางวัลมหาศาล ทั้งสองคนต้องจับพลัดจับผลู แท็คทีมร่วมมือกันเพื่อหลบหนีการตามล่านี้ให้จงได้! ขณะที่เจ้าหน้าที่เพนตากอนเร่งตามหาประธานาธิบดี งานนี้ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีและเพื่อนร่วมทีมตัวจ้อยแล้วว่า พวกเขาจะพิสูจน์ฝีมือเฉพาะตัว และเอาชีวิตรอดใน 24 ชม. ที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายนี้ไปได้อย่างไร
อ่านรีวิวก่อน ดูหนังนักแสดง
Samuel L. Jackson
Onni Tommila
Ray Stevenson
Victor Garber
ผู้กำกับ
Jalmari Helander
รีวิวหนัง Big Game ดูหนัง
แอร์ฟอร์ซวัน โดนผู้ก่อการร้ายยิงร่วง ประธานาธิบดีหนีรอดด้วยแคปซูลช่วยชีวิต ตกลงในป่าใหญ่ ต้องหนีเอาชีวิตรอดจากการตามล่าของเหล่าผู้ก่อการร้าย แต่ได้รับการช่วยชีวิตจากเด็กชายชาวป่า เป็นอีกเรื่องที่มีพล็อตที่น่าสนใจมาก แต่ขยายออกมาเป็นบทภาพยนตร์ในระดับที่คนดูส่ายหน้า
นี่ไม่ใช่หนังฮอลลีวู้ดนะครับ เป็นหนังฟินแลนด์แต่จ้างดาราฮอลลีวู้ดมาเล่น กำกับและเขียนบทโดย ฮาลมาริ ฮีแลนเดอร์ผู้กำกับชาวฟินแลนด์ แล้วก็ดึง ออนนิ ทอมมิลา ดาราเด็กที่เคยร่วมงานกับเขามารับนำใน เรื่องนี้ด้วย ใช้ทุนสร้างไป 9ล้านเหรียญ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์หนังฟินแลนด์
หนังปูทางมาได้ดีมาก 20นาทีแรกนี่อารมณ์มาแบบ”อู้ย น่าหนุกวุ้ย” เปิดตัวละครมาแต่ละตัวได้อย่างน่าสนใจสุดๆ ออสการิ เด็กชายวัย13 ลูกหลานชาวป่าเข้าพิธีพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชาย ด้วยการถือธนูเข้าป่าไป จนกว่าจะล่าสัตว์ใหญ่ออกมาได้ ถือว่าสำเร็จผ่านบททดสอบ แต่เข้าไปคืนแรกก็เจอแคปซูลชูชีพร่วงมาจากฟ้า เปิดออกมาเจอประธานาธิบดี อลัน มัวร์ ที่ซามูเอล แอล. แจ็คสัน มาสวมบทเป็นประธานาธิบดีในมาดงกๆเงิ่นๆมากกว่าจะดูน่าเกรงขาม,หัวหน้าผู้ก่อการร้ายก็มาในพิมพ์นิยมเลย ชาวตะวันออกกลางหนวดเคราหนา ใส่แว่นดำ มาดนิ่งขรึม แต่ ฮาซาร์ รายนี้เป็นมหาเศรษฐีไฮโซมาล่าประธานาธิบดีเล่นๆเป็นเกมท้าทายไม่ได้มีเป้าหมายทางการเมือง พอประธานาธิบดีหายไป ทางซีไอเอ ก็โกลาหล รองประธานาธิบดีมานั่งเก้าอี้ควบคุมสถานการณ์เอง ได้วิคเตอร์ การ์เบอร์ ดาราเก่าที่มักได้บทคนใหญ่ๆโตๆเสมอ ทางซีไอเอก็เชิญตัว เฮอร์เบิร์ต ผู้เชี่ยวชาญรุ่นเก๋าของซีไอเอมาเป็นที่ปรึกษา ได้จิม บรอดเบนท์ดาราออสการ์มารับบทด้วย ถึงตรงนี้เลียปากแผล็บล่ะ วางแต่ละตัวมาแข็งขนาดนี้ ถึงแม้จะดูเป็นสูตรสำเร็จก็เถอะเดี๋ยวได้ใส่กันมันส์แน่ แต่แล้วพอเข้าชั่วโมงหลัง ก็รอทีเด็ดของหนัง ไหนล่ะ ไหนล่ะ?,ประธานาธิบดี กับ ออสการิ เริ่มทำความรู้จักกันด้วยการปิคนิครอบกองไฟกลางลานกว้าง ย่างไส้กรอกกินกันระหว่างสนทนากันอย่างออกรส……เอ่อ….กำลังโดนตามล่าอยู่นะ
บทหนังเข้าขั้นอ่อนแอมาก ดำเนินไปแบบไร้เหตุผล ไร้หลักความเป็นจริง เต็มไปด้วยความบังเอิญซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตัวละครถูกสร้างสรรค์ และวางได้ตำแหน่งได้อย่างเหมาะเจาะ แต่กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างที่สมควร ตัวเอกไม่ได้มีความเก่งกาจอะไรเลย ตัวร้ายก็เต็มไปด้วยการกระทำที่ไร้สติปัญญาสุดๆ สุดท้ายยังอุตส่าห์มีหักมุมเผยตัวละครผู้กุมบังเหียนอยู่เบื้องหลัง แล้วก็จบ………เพื่ออะไร นี่คิดจะสร้างภาค2เหรอ?
สิ่งที่คาดหวัง ออสการิ โชว์ทักษะลูกชาวป่า ใช้ความได้เปรียบในฐานะคนชำนาญพื้นที่เล่นงานผู้ก่อการร้าย…………ไม่มี
ฮาซาร์ ผู้ก่อการร้ายโคตรรวย นำทัพลูกสมุน บวกกับอาวุธไฮเทคไล่ล่าประธานาธิบดี………………………………….ไม่มี
ฉากที่คาดหวังแล้วได้เห็น คือฉาก วอร์ รูม ที่บรรดาผู้นำในประเทศมานั่งดูจอมอนิเตอร์ควบคุมสั่งการ โดยใช้เทคโนโลยีผ่านดาวเทียมต่างๆนาๆ
ฉากทิวทัศน์ป่า เทือกเขา สวยงามสุดๆ แต่ในฐานะหนังฟินแลนด์ แทนที่จะถ่ายในฟินแลนด์ช่วงส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศตัวเอง แบบที่ lord of the rings ทำสำเร็จ กลับไปถ่ายที่เทือกเขาแอลป์ ฝรั่งเศส
สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ผู้กำกับพยายามแจ้งเกิด ออนนิ ทอมมิลา เด็กของเขามาก ด้วยการใส่ซีนเท่ๆส่ง ออนนิ ในหลายๆฉาก ยืนบนยอดเขา มีเฮลิคอปเตอร์ลอยตัวขึ้นในฉากหลัง กล้องหมุนรอบตัวเป็นภาพมุมกว้าง ต้องยอมรับว่าเท่จริง แต่ลุคของ ออนนิ ส่งไม่ขึ้นนะ เด็กไม่น่ารักเลย
เป็นหนังที่พาอารมณ์ขึ้นไปได้สูง แล้วก็โดนปล่อยทิ้งจากที่สูง จุกนะ
หนังสั้นมากครับ ไม่ถึงชั่วโมงครึ่ง เข้าไปแป๊ปเดียว จบละ หาเรื่องอื่นดูเหอะครับ
sanook
BIG GAME เป็นผลงานของผู้กำกับ จาลมารี เฮเลนเดอร์ ที่โด่งดังจากเรื่อง Rare Exports ตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของโอสคาริ(ออนนิ ทอมมิลล่า) เด็กหนุ่มขี้อายวัย 13 ปี กำลังพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจะสามารถเป็นชายชาตรีอย่างองอาจตามแบบประเพณีของบรรพบุรุษที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เขาต้องเอาตัวรอดจากการใช้ชีวิตหนึ่งวันหนึ่งคืนในป่าลึกเพียงลำพัง โดยมีอาวุธติดตัวเป็นคันธนูและลูกศรใช้ในการล่าสัตว์ป่า เพื่อพิสูจน์ความเป็นชายชาตรี
ณ กลางป่าลึกที่โดดเดี่ยวและน่ากลัว โอสคาริได้ยินเสียงดังกึกก้องสนั่นไปทั่วป่า หลังจากนั้นเขาได้พบกับแคปซูลนิรภัยที่ดีดตัวออกมาจากเครื่องบิน แอร์ ฟอส วัน และชายที่ติดอยู่ในนั้นคือประธานาธิบดี(แซมมวล แอล แจ็คสัน) คนสำคัญของสหรัฐอเมริกานั่นเอง โอสคาริรับรู้เรื่องราวว่าประธานาธิบดีกำลังถูกลอบสังหารจากบุคคลที่ไม่หวังดี แม้เขาจะไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่อยากให้เขาตาย แต่สิ่งเดียวที่เขาต้องทำในเวลานี้คือการพึ่งพาเด็กชายวัย 13 ปี ในการจับมือกันเพื่อเอาตัวรอด
ถ้ามองข้ามเรื่องราวของฉากวินาศกรรมระเบิดภูเขาเผากระท่อมอย่างบ้าคลั่งแล้ว อันที่จริงตัวหนังเรื่องนี้มันบอกเล่าเรื่องราวของ “อำนาจ” ของผู้คนจากคนละซีกโลก คนหนึ่งเป็นถึงชายที่ว่ากันว่ามีอำนาจมากที่สุดคนหนึ่งในโลก ในขณะที่อีกคนเป็นเด็กน้อยในป่าที่น่าจะมีอำนาจน้อยที่สุดในโลกเช่นกัน แต่ทั้งสองคนกลับต้องมาจับมือกันเพื่อเอาชนะคนอีกกลุ่มที่หวังจะปล้นอำนาจจากประธานาธิบดี
อำนาจของประธานาธิบดีกลายเป็นสิ่งไร้ค่าไปโดยปริยาย เมื่อเขาไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ของตัวเอง เมื่อเขามาอยู่ในป่าของโอสคาริแล้ว เขาก็ต้องน้อมรับการ “นำทาง” ของเด็กชาย หรือทำตามวิถีของโอสคาริ นั่นคือการเดินทางไปล่าสัตว์เพื่อพิสูจน์ความเป็นชายนั่นเอง แม้ตอนแรกทั้งสองจะต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่เมื่อทั้งคู่เริ่มไว้ใจซึ่งกันและกัน ต่างก็ยอมที่จะเปิดใจถึงขั้นที่ว่าประธานาธิบดียอมเล่า “ความลับ” ที่ไม่มีใครในโลกล่วงรู้มาก่อนให้กับโอสคาริฟังว่าจริงๆแล้วชายที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกอย่างเขาก็มีเรื่องที่น่าอับอายขายขี้หน้าไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไปอยู่ดี
อันที่จริงแนวคิดเรื่องการล่าสัตว์นั้นก็เป็นการบ่งบอกถึงเรื่องอำนาจทางอ้อมอยู่ดี การล่าสัตว์เป็นการบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งที่เขาอยากจะเป็น เพราะเมื่อพ่อเขาอายุ 13 พ่อของเขาล้มหมีในป่าได้ เด็กชายจึง อยากจะเจริญรอยตามและพาประธานาธิบดีเข้าป่าไปด้วยเพื่อให้มีใครสักคนได้เห็นและรับรู้ถึงความสำเร็จของเขา แม้ว่าสิ่งที่เขาได้พบนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจอยู่ไม่น้อย เมื่อความรักของพ่อโอสคาริกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขามองย้อนกลับมาที่ตัวเองแล้วพบว่าเขายัง “ไม่พร้อม”
แต่สถานการณ์จริงเมื่อประธานาธิบดีและโอสคาริต้องก้าวผ่านความไม่พร้อมไปด้วยกันเพื่อเอาชีวิตให้รอดจากศัตรู แต่ที่เหนือชั้นไปกว่านั้นก็คือ หนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้สองตัวเอกรู้ว่า “ผู้ร้ายตัวจริง” นั้นหาใช่คนที่พวกเขาประจันหน้าอยู่ แต่ยังมีคนอีกกลุ่มที่ชักใยอยู่เบื้องหลังและรอจังหวะที่จะฉกอำนาจจากประธานาธิบดีมาอีกครั้ง……. เมื่อสบโอกาส
pantip
Big Game เป็นหนังที่ผมไม่ได้คาดหวังอะไรเลยก่อนเข้าไปดูครับ ที่ทำให้อยากดูก็เพราะเฮียนิค ฟิวรี่5555 ไม่ใช่สิเฮียแซมมวล แอล. แจ็คสัน ล้วนๆเลย แต่สิ่งได้รับกลับมาหลังดูจบคือความสนุกที่เกินคาดมากๆ หนังเดินเรื่องได้เนิบๆในบางจังหวะ แต่พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่หนังพาเราไปสู่การผจญภัยที่ไม่ธรรมดาเลยครับ แถมยังเต็มไปด้วยบทสนทนาจิกกัดสหรัฐอเมริกาได้อย่างสะใจมากๆ ทั้งตลกและดุดัน
เนื้อเรื่อง ไม่แปลกใหม่แต่ดูสร้างสรรค์ครับ โดยเรื่องราวเกี่ยวกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่หมดไฟในการทำหน้าที่ได้เดินทางด้วยเครื่องแอร์ ฟอร์ซ วัน แต่ว่าถูกผู้ก่อการร้ายลอบโจมตี เพราะเกลือเป็นหนอน ทำให้ประธานาธิบดีหลบหนีโดยแคปซูลนิรภัยมาจ๊ะเอ๋เข้ากับ หนุ่มน้อยวัย 13 ชาวฟินแลนด์ชื่อออสการิ ซึ่งได้เข้ามาในป่าในฐานะพรานเพื่อจะล่าสัตว์เป็นการพิสูจน์ตัวเองให้เผ่าที่ตัวเองอยู่ยอมรับ กลายเป็นว่างานนี้แทนที่จะได้ล่าสัตว์ แต่ต้องมาทำภารกิจที่สำคัญยิ่งกว่านั้นซะแล้ว
ะหว่างที่ดูเรื่อง Big Game ผมรู้สึกคุ้นมากๆเลยว่ากลิ่นอายของหนังทำไมคุ้นขนาดนี้ มารู้ทีหลังครับว่าเป็นผลงานกำกับของ จาลมารี เฮเลนเดอร์ ผู้กำกับที่เคยฝากผลที่งานที่ผมชอบมากๆอย่าง Rare Exports a Christmas Tale นั่นเอง หนังเต็มไปดูความรู้สึกแบบหนังยุคเก่าผสมผสานความทันสมัย จะเรียกว่า เป็นหนังเด็กที่โหดใช้ได้เลยละครับ ซึ่งก็ให้อารมณ์คล้ายๆกับเรื่องที่แล้วของแกจริงๆ (แนะนำว่าใครยังไม่เคยดูให้ไปลองหามาดูนะครับ)
สำหรับในส่วนของงานสร้างเห็นชัดเลยครับว่าทุนไม่สูงมาก แต่รายละเอียดโอเคเลยมีฉากใหญ่ๆชวนให้ตื่นเต้นหลายฉาก บทเขียนได้ฉลาดและเปี่ยมด้วยอารมณ์ขัน และแง่คิดที่เก๋มากๆไม่ล้าสมัย
งานภาพสวยงามมากๆ สวยจนเล่นเอาผมอยากไปเที่ยวฟินแลนด์เลยละครับ เรื่องการแสดงแน่นอนว่าเฮียแซมมวล แอล. แจ็คสัน ยอดเยี่ยมเช่นเคยครับ ที่น่าสนใจคือนักแสดงเด็กในบทพรานน้อย ออนนิ ทอมมิลา ต้องบอกว่าโอ้โห เด็กคนนี้มีอนาคตสดใสแน่นอนครับ เล่นได้ดีมากจริงๆ นอกจากนี้นักแสดงในบทอื่นๆล้วนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี
ถ้าคุณต้องการหนังที่ทั้งสนุก เมามัน ร่วมสมัย ตลกร้าย ด่าอเมริกาอย่างเจ็บแสบ และอบอุ่นหัวใจ ผมว่า เป็นหนังที่ไม่ควรพลาดในช่วงนี้เลยครับ
คะแนนหนังเรื่องนี้เอาไป 8 เต็ม 10