ดูหนัง American Sniper (2014) สไนเปอร์โคตรพระกาฬ มือปืนแห่งหน่วยซีลของกองทัพสหรัฐฯ คริส ไคลน์ ถูกส่งตัวไปที่อิรักพร้อมภารกิจปกป้องเหล่าพี่น้องทหาร ความแม่นยำของเขาได้ช่วยชีวิตในสมรภูมิรบมาแล้วอย่างนับไม่ถ้วน และเมื่อเรื่องราวความกล้าหาญของเขาแพร่สะพัดออกไป เขาได้รับการยกย่องให้เป็น “ตำนาน” แต่อย่างไรก็ตามชื่อเสียงของเขาก็เป็นที่กล่าวขานกันในหมู่ศัตรูเช่นกัน ทำให้เขามีค่าหัวและกลายเป็นเป้าหมายหลักสำคัญของพวกกบฏ และเขายังต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้ในอีกรูปแบบหนึ่ง คือการทำหน้าสามีและคุณพ่อที่ดีจากทั่วทุกมุมโลก
อ่านรีวิวก่อน ดูหนังนักแสดง
Bradley Cooper
Sienna Miller
Kyle Gallner
Cole Konis
ผู้กำกับ
Clint Eastwood
รีวิวหนัง American Sniper (2014) ดูหนังออนไลน์
ถ้าช่วงระยะเวลาการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 และ 2 คือช่วงที่ไทยนิยมนำมาสร้างเป็นหนัง/ละครแนวชาตินิยมมากที่สุด สำหรับสหรัฐอเมริกาก็เห็นจะเป็นช่วงสงครามก่อการร้ายนับตั้งแต่เหตุการณ์ 911 ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะช่วงสงครามอิรัก ที่ช่วงหลังกลายเป็นฉากหลังให้หนังจาก Hollywood หลายเรื่อง แซงหน้าสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เคยเป็นฉากหลังยอดฮิตให้กับหนังสงครามสมัยก่อน แม้หนังสงครามส่วนใหญ่ของ Hollywood จะแฝงคติชาตินิยมเหมือนกัน แต่การเลือกฉากหลังที่แตกต่างกัน ก็ส่งผลต่อทิศทางของหนังด้วยเหมือนกัน อย่างเช่นหนังสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่มิตรภาพในหมู่ทหาร หนังสงครามเวียดนามเน้นไปที่การเอาตัวรอด ขณะที่หนังที่ใช้สงครามก่อการร้ายหรือสงครามอิรักเป็นฉากหลักมักจะลงลึกไปที่จิตใจของทหารที่ไปรบมากขึ้น ซึ่งแนวทางนี้เหมือนจะเป็นแนวทางที่ Oscar ชื่นชอบด้วย เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีหนังลักษณะนี้ได้เข้าชิง Oscar อยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น The Hurt Locker Zero Dark Thirty และล่าสุด
สำหรับ “American Sniper” เป็นหนังเรื่องล่าสุดของปู่ “Clint Eastwood” ที่จับเอาเรื่องราวของ “Chris Kyle” สไนเปอร์มือหนึ่งในสงครามอิรักของสหรัฐอเมริกา ประมาณการณ์ว่าเขาลั่นไกสังหารข้าศึกในช่วงสงครามไปกว่า 160 ศพ และเช่นเดียวกับหนังสงครามส่วนใหญ่ของอเมริกา ก็ยังแฝงไปด้วยคติชาตินิยมอยู่ เพียงแต่มีวิธีการเล่าที่อาจไม่ได้บอกอย่างโจ่งแจ้งว่าสู้เพื่อชาติอะไรแบบนั้นตัวหนังเลือกไปเล่าที่ “คนอเมริกัน” เป็นแกนหลักแทนที่จะเป็นตัวชาติโดยตรง ให้คนดูรู้สึกเอาใจช่วยและเป้าหมายสูงสุดคือมองตัวบุคคลนั้นเป็นเสมือนต้นแบบ ซึ่งสุดท้ายก็เป็นโอกาสที่จะสอดแทรกคติชาตินิยมไปได้อย่างแนบเนียนขึ้น เพราะหากโจ่งแจ้งเกินไป ก็มีสิทธิที่คนดูจะตั้งป้อมป้องกันไว้ก่อนได้
ถ้าเทียบกับ “William James” ใน “The Hurt Locker” และ “Maya” ใน “Zero Dark Thirty” ตัว “Chris Kyle” นั้นก็ไม่แตกต่างจากพวกเขาในแง่ของการเป็นคนรักชาติและทุ่มเทให้กับหน้าที่อย่างถึงที่สุด แต่ขณะเดียวกันการเข้าร่วมสงครามเป็นเวลานาน ก็เลี่ยงไม่ได้ที่สงครามจะเปลี่ยนจิตใจของพวกเขาไป ในกรณี William James คือการทำให้เขากลายเป็นคนเสพย์ติดความตื่นเต้นในสงคราม จนมีปัญหาในการใช้ชีวิตปกติ และเลือกกลับไปนักเก็บกู้ระเบิดในอิรักเช่นเดิมแม้ว่าจะเป็นงานที่เสี่ยงชีวิตก็ตาม ขณะที่ Maya การตามล่าบินลาเดินมาเป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปี ได้เปลี่ยนจากคนที่เคยรู้สึกพะอืดพะอมกับการทรมานนักโทษ ให้กลายเป็นคนด้านชาที่สนใจแต่เป้าหมายโดยเกี่ยงวิธีการอีก ขอแค่จับบินลาเดนให้ได้เพียงพอ เช่นเดียว Chris Kyle ใน American Sniper ประสบปัญหานั้นเช่นกัน แม้เขาจะเฝ้าบอกตัวเองว่าทั้งหมดเป็นการทำเพื่อหน้าที่ แต่เราก็สังเกตเห็นว่าเมื่อเขากลับมาบ้าน เขาเริ่มมีปัญหาในการปรับตัว เสียงสงครามในอิรักตามหลอกหลอนเขาถึงสหรัฐฯ และภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้น กลายเป็นจุดที่ทำให้เขากลับไปที่สมรภูมิอีกครั้ง ในการประจำการครั้งหลังๆ ดูเหมือน Chris จะเข้าร่วมเพื่อต้องการเอาชนะสไนเปอร์ของอีกฝ่าย มากกว่าจะเพื่อกวาดล้างคนชั่วไปแล้วด้วยซ้ำ
นั่นคือสิ่งที่ตัวละคร 3 คนจากทั้ง 3 เรื่องต้องเผชิญ และเป็นสิ่งที่ชนอเมริกันหลายคนรู้สึกเช่นเดียวกัน ไม่ว่าสงครามจะชนะหรือไม่ ความเปลี่ยนแปลงในจิตใจของทหารได้เกิดขึ้นแล้ว แต่อะไรที่ทำให้ Chris Kyle ต่างจาก William James หรือ Maya ละ จุดสำคัญคือช่วงท้ายของเรื่องเมื่อ Chris กลับจากการประจำการครั้งที่ 4 ซึ่งครั้งนี้เขาเลือกไม่กลับไปอีกแล้ว เราเห็นเขามีปัญหาในการปรับตัวกับชีวิตปกติในช่วงแรก แต่แล้วอาจด้วยหมอ การพูดคุยกับทหารผ่านศึกด้วยกัน หรือเพราะความรักที่ครอบครัวมีให้เขา ใช่แล้ว… Chris กลับมาเป็นปกติ เป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นคาวบอยแบบที่เขาเคยเป็น ภาพจากสงครามไม่ดังในหูเขาอีกแล้ว
นั่นคือสิ่งที่ชาวอเมริกันอยากเห็น… พวกเขาอยากมีวีรบุรุษที่ทั้งเก่งกาจในการรบ ยึดมั่นในหน้าที่ รักชาติอย่างถึงขีดสุด และสุดท้ายสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ อาจมีช่วงยากลำบากมาก แต่สุดท้ายก็จะผ่านมาได้ นี่ไม่ใช่เหรอวีรบุรุษในอุดมคติที่ชาวอเมริกันต้องการ เป็นคนปกป้องประเทศ โดยที่ผู้ถูกปกป้องสามารถวางใจได้ว่าผู้ปกป้องจะไม่คลุ้มคลั่งกลายมาเป็นผู้ทำลายเสียอีก ขณะเดียวกันก็เหมือนกับส่งสารไปให้ชาวโลกไปในตัวว่า อเมริกันไม่ได้เป็นคนเสพย์ติดสงคราม เหมือนดังที่พ่อของ Chris เคยพูดให้เขาฟังว่าคนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ แกะ (คนอ่อนแอ) หมาป่า (อันธพาล) และ สุนัขเลี้ยงแกะ (ผู้ปกป้อง) สำหรับพ่อและอเมริกันชน Chirs คือสุนัขเลี้ยงแกะ และเป็นสุนัขที่ไม่มีวันกลายเป็นหมาป่ามาทำร้ายลูกแกะเสียเอง
trueid
American Sniper ชื่อไทยว่า วีรบุรุษมัจจุราช ภาพยนตร์ชีวประวัติแนวสงคราม ดราม่า กำกับโดย Clint Eastwood นำแสดงโดย Bradley Cooper ในบทบาท Chris Kyle มือปืนหน่วยซีลผู้สังหารศัตรูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา
ภาพยนตร์เล่าถึงชีวิตของ Chris Kyle ตั้งแต่สมัยเด็กที่ชื่นชอบการยิงปืน ไปจนถึงการเป็นทหารหน่วยซีลและประสบการณ์การรบในอิรัก เขาประสบความสำเร็จในการปกป้องชีวิตเพื่อนทหารด้วยฝีมือการยิงอันแม่นยำ แต่ภารกิจอันโหดร้ายส่งผลต่อจิตใจของเขา เขาเผชิญกับภาวะเครียดหลังสงคราม (PTSD) และความยากลำบากในการปรับตัวเพื่อกลับสู่ชีวิตปกติ
ความรู้สึกหลังดู
American Sniper ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่สร้างแรงสั่นคลอนทางอารมณ์ให้กับผมสูง ไม่ใช่หนังเรียกน้ำ แต่เป็นหนังชีวิตของทหารคนหนึ่งที่แบกรับอะไรต่างๆ เอาไว้มากมาย
ตัวละครอย่าง นายทหาร Chris Kyle ที่ได้รับฉายาว่า เป็น “วีรบุรุษมัจจุราช” เขาต้องแบกรับแรงกดดันและความเครียดจากสงคราม รวมถึงความกังวลใจจากครอบครัว และนั้นทำให้ตัวเขามีอาการ PTSD และไอ้อาการนี้เอง ที่ทำให้เขาใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้ลำบาก
เขาต้องเผชิญหน้ากับเงาอันดำมืดจากสงคราม การสู้รบ และกลิ่นคาวเลือด ที่คละคลุ้งอยู่ในชีวิตประจำวันของเขา ผมต้องยอมรับในการแสดงของ Bradley Cooper ที่แสดงเป็นนายทหารผ่านศึกที่มีอาการ PTSD ได้สมจริงมาก จนทำให้หนังเรื่องนี้ได้เข้าชิงลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 72 ถ้าใครกำลังหาหนังดราม่าแบบเข้มข้น คือหนังที่คุณต้องหามาดูให้ได้สักครั้ง
ฉากที่ประทับใจ
ผมชอบการแสดงอาการ PTSD ของ Bradley Cooper มาก เช่น เห็นถุงพลาสติก ลอยมาแล้วคิดว่าเป็นระเบิด เลยตั้งท่าหลบ เป็นอาการที่ทำให้ผมรู้สึกสงสารทหารที่เคยผ่านสงครามมาเลย