ดูหนัง Amazing Spider-Man 2 (2014) ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์แมน 2
ว่าด้วยเรื่องของสไปเดอร์แมนหรือ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เมื่อเขาต้องแบกรับภาระปกป้องผู้คนจากเหล่าร้าย พร้อมกับแบ่งเวลาให้กับผู้หญิงที่เขารักอย่างเกว็นด้วยในเวลาเดียวกัน แม้ว่าเขาจะไม่เคยลืมสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อของเธอ ว่าควรจะอยู่ให้ห่างจากเกว็นเพื่อความปลอดภัยของเธอเองก็ตาม เพราะเขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถตัดใจจากเธอได้เลย อย่างไรก็ดี ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้น เมื่อเขาต้องพบ อิเล็คโทร ศัตรูตัวฉกาจ ในขณะที่ได้พบกับเพื่อนเก่าอย่าง แฮร์รี่ ออสบอร์น อีกครั้ง ซึ่งเขาจะมาพร้อมกับข้อมูลในอดีตเรื่องครอบครัวของปีเตอร์ด้วย
อ่านบทความ ดูหนัง ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์แมน 1 Amazing Spider-Man 1
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
นักแสดง

Andrew Garfield แอนดรูว์ การ์ฟิลด์

Emma Stone

Jamie Foxx

Paul Giamatti
ผู้กำกับ
Marc Webb
รีวิวหนัง
• ส่วนตัวคิดว่า Spider-Man ฉบับ reboot ของมาร์ค เว็บบ์มันเป็นการเปิดตัว superhero น้อง ๆ Batman Begins > X-Men First Class > Man of Steel > Iron Man และดีกว่า Spider-Man เวอชั่นแซม ไรมี่+ฮีโร่จากค่าย Marvel ที่เหลือทุกเรื่อง
• ที่ชอบ Amazing Spider-Man ภาคแรกก็เพราะตัวละครเกรียน ๆ ใกล้เคียงคอมมิค ชอบที่มันสร้างจุดแข็งให้เป็น superhero ที่มีความเป็นเด็กวัยรุ่น
• แน่นอนว่าผมไม่ชอบ Spider-Man เวอชั่นแซม ไรมี่สักภาค
• The Amazing Spider-Man 2 อาศัยเส้นเรื่องต่อจากภาคก่อนที่ปาร์คเกอร์ (Andrew Garfield) ดันไปสัญญากับพ่อของกเว็นว่าจะอยู่ห่าง ๆ เธอ (กเว็น สเตซี่รับบทโดย Emma Stone) พอมาภาคนี้ก็เลยอารมณ์ใจหนึ่งก็รักอยากอยู่ใกล้แต่ไม่อยากให้เธอเดือดร้อน
• มีคู่ปรับประจำภาคสองตัวคือ Electro และ Green Goblin
• และมีตัวร้ายสมทบปรากฎตัวเพื่อโปรโมทแผนการทำเงินในอนาคตอีกหลายตัวเหมือนกัน (ใครอยากรู้ว่ามีตัวไหนบ้างก็เชิญชมในโรงหรือเปิดหา easter egg ในกูเกิ้ลได้เลย)
• ตัวหนังมาพร้อมสเกลพล็อตยุ่บยั่บมาก ซึ่งถ้าได้ผู้กำกับ+คนเขียนบทฝีมือดีก็คงออกมาอลังการงานสร้างมาก แต่พอได้คนมือไม่ถึงมาใส่นั่นโน่นนี่เข้ามาเยอะมากทำให้มันไม่สามารถรักษาสมดุลได้ หรืออย่างดีก็ควรเน้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปเลยแล้วใช้อันอื่นเป็นพล็อตเสริม/พล็อตรอง
• เช่นเส้นเรื่องความรักมุ้งมิ้งพ่อแง่แม่งอนแบบวัยรุ่นระหว่างปาร์คเกอร์กับกเว็น ซึ่งมาในสไตล์ฝ่ายชายมีความลับเป็นสไปเดอร์แมนต้องมาคอยแอบดูนางเอกอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ อารมณ์หนังมันทำออกมาไม่สุด เส้นเรื่องโรแมนซ์วัยใสไม่อินเท่าภาคแรก
• อิเลคโตรไม่มีที่มาที่ไปเลย ประเด็น nobody care อยู่ดี ๆ ก็ยัดเยียดว่า “กูไม่มีคนสนใจ” “กูต้องการอยู่ในสายตาใครสักคน” มันแบบวันนาพยายามบิ๊วเสียเหลือเกิน ไม่มีอะไรก็พูดย้ำอยู่นั่นแหละ เสียดายนักแสดงระดับเจมี่ ฟ็อกซ์เหมือนกันนะ
• ชอบเดน เดฮานมากกกกก ชอบมาตั้งแต่ตอนเล่น Chronicle น่ะแหละ เขาเหมาะกับบทว่าที่ตัวร้ายอย่างกรีน ก็อบลินมากกกกกกกก
• พูดถึงกรีน ก็อบลินแล้วก็เสียดายปมดราม่า คือหนังมันพยายามบิ๊วเหลือเกินว่าสไปเดอร์แมนคือความหวัง แล้วออสบอร์นไม่อยากตายก็เลยขอความช่วยเหลือจากสไปเดอร์แมนแต่ก็โดนปฏิเสธ
• สเกลพล็อตตรงนี้มันมีว่าสไปเดอร์แมนกลัวเพื่อนรักตายไง ส่วนออสบอร์นก็แบบกูจะตายอยู่แล้วให้กูวัดดวงเถอะ
• อีนี่เลยแค้นไง โดนบริษัทหักหลังแล้วสไปเดอร์แมนไม่ช่วยอีก ไปจับมืออิเลคโตรกลายเป็นตัวร้ายร่วมซะเลย