อนันดา เอเวอริ่งแฮม
ประวัติ อนันดา เอเวอริ่งแฮม

อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม (เกิด 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2525) ชื่อเล่น จ่อย เป็นนักแสดงลูกครึ่งออสเตรเลีย-ลาว เข้าวงการบันเทิงเมื่ออายุ 14 ปี โดยคำชักชวนของมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ กับภาพยนตร์เรื่องแรก อันดากับฟ้าใส และ 303 กลัว/กล้า/อาฆาต หลังจากไม่มีผลงานบันเทิงระยะหนึ่ง ได้กลับมาอีกครั้งกับละครเรื่อง ทะเลฤๅอิ่ม ของหม่อมน้อย หลังจากนั้นก็มีผลงานการแสดงเรื่อยมา จนใน พ.ศ. 2547 อนันดาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลผลงานบันเทิงยอดเยี่ยมประจำปี พ.ศ. 2547 หรือ สตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส 2004 จากเรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ และจากภาพยนตร์เรื่อง Me Myself อนันดาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลถึง 6 สถาบัน ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2550 – พ.ศ. 2551 อนันดามีผลงานการแสดงภาพยนตร์ถึง 10 เรื่อง และในปี พ.ศ. 2552 อนันดาได้รางวัลด้านการแสดงในสาขานักแสดงนำจาก 6 สถาบัน จากผลงานภาพยนตร์เรื่อง แฮปปี้เบิร์ธเดย์
อ่านรีวิวก่อน ดูหนัง
ผลงานภาพยนตร์
อนันดา เอเวอริ่งแฮม ภาพยนตร์เรื่องแรก เรื่อง อันดากับฟ้าใส กำกับโดยหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ในตอนนั้นอนันดายังพูดภาษาไทยไม่ได้เลย แต่อนันดาก็เล่าถึงตัวเองว่า ผมเข้าใจภาษาไทยนะ แต่ว่าไม่ได้ใช้และเพื่อนฝูงเป็นฝรั่งหมด หลังจากนั้นอนันดาก็มีงานเข้ามาเรื่อย และเป็นที่รู้จัก แต่ด้วยความเป็นคนรักในการท่องเที่ยว จึงหายไปจากวงการช่วงหนึ่ง
The Coffin (2008) โลงต่อตาย
คริส (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) สถาปนิกหนุ่มที่กลัวความแคบอย่างรุนแรง ได้มาเข้าพิธีนอนโลงสะเดาะเคราะห์ เพื่อหวังต่อชีวิตแฟนสาวชาวญี่ปุ่น มาริโกะ (อากิ ชิบูย่า) ที่อยู่ในอาการโคม่า ส่วนซู (คาเรน ม็อค) นักโภชนาการสาว ผู้เคร่งครัดต่อการดูแลสุขภาพ แต่กลับพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งปอดในระยะสุดท้าย เธอหนีมาประเทศไทยก่อนแต่งงานกับคู่หมั้นหนุ่ม (แอนดรู ลิม) โดยเห็นการทำพิธีนอนโลงสะเดาะเคราะห์ในทีวี จึงลองเข้าร่วมทำพิธี จากนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น มาริโกะแฟนสาวของคริส หายจากอาการโคม่าเป็นปลิดทิ้ง แต่ก็เกิดเหตุการณ์ถูกผีสาวแม่ลูกอ่อนตามหลอกหลอน ส่วนซูหายจากมะเร็งอย่างเหลือเชื่อได้พบกับผีคู่หมั้นหนุ่มโดยมิได้รู้ว่าเป็นผี ภายหลังพบว่าแฟนหนุ่มของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหลังเธอหายป่วยจากมะเร็ง เพื่อนรักของซู (ฟลอเร้นซ์ เฟเวอร์) ก็เข้ามาร่วมไขปริศนา ก็พบว่าความโชคร้ายต่าง ๆ ไม่ได้หายไปไหน แต่มันจะกลับเข้าหาคนรักแทน

สิงสู่
นักแสดงนำทีมโดยนายแม่ (รับบทโดย ทาริกา ธิดาทิตย์) เจ้าสำนักผู้น่าเกรงขาม, เดช (รับบทโดย อนันดา เอเวอริ่งแฮม ) ทายาทหนึ่งเดียวของนายแม่, ปราง (รับบทโดย ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) แฟนสาวของเดช, กฤษ (รับบทโดย ธีระวัฒน์ มุลวิไล) ลูกศิษย์ที่หมกมุ่นในเรื่องไสยศาสตร์, นพ (รับบทโดย พีรพล กิจรื่นภิรมย์สุข) คนในสำนักที่เข้ามาด้วยผลประโยชน์บางอย่าง, เครือ (รับบทโดย จารุนันท์ พันธชาติ) แม่บ้านผู้ซื่อสัตย์ประจำสำนัก และสร้อย (รับบทโดย พลอย ศรนรินทร์) เด็กสาวกำพร้าที่เครือรับมาดูแล เป็นตัวละครสำคัญในเรื่อง และทำหน้าที่เป็นตัวแทนของ ‘กลุ่มคน’ ต่างๆ ในสังคมไปพร้อมๆ กัน สิงสู่ เริ่มต้นเล่าถึงการทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ของนายแม่ เพื่อเรียกวิญญาณดวงหนึ่งกลับมา แต่เกิดความผิดพลาด กลายเป็นชักนำวิญญาณเร่ร่อนที่ค่อยๆ เข้ามา ‘สิงสู่’ ด้วยการ ‘ควบคุม’ ร่างกายของคนในสำนักที่มี ‘ความกลัว’ ต่ออะไรบางอย่าง เพื่อขยายอำนาจและเตรียมที่ทางให้กับพรรคพวกของตัวเอง

พ.ศ. 2493 บ้านเมืองยังคงได้รับผลกระทบจากสงคราม ข้าวยากหมากแพง ชุมโจรเสือร้ายยังคงชุกชุมไปทั่วทุกหนแห่ง ข้าราชการเต็มไปด้วยความฉ้อฉล ใช้อำนาจในทางที่ผิด จะเหลือก็เพียง “ขุนพันธรักษ์ราชเดช” (อนันดา เอเวอริงแฮม) นายตำรวจมือปราบผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง และเป็นความหวังเดียวของผู้คน ในปีพ.ศ.2493 บ้านเมืองได้รับผลกระทบจากสงคราม ชุมโจรเสือร้ายยังคงชุกชุมไปทั่วทุกหนแห่ง ขุนพันธ์ นายตำรวจมือปราบผู้ยึดมั่นในความถูกต้องจึงถูกเรียกกลับมาปฏิบัติภารกิจล่าตัว 2 เสือร้ายอาคมกล้าที่กำลังฮึกเหิมและท้าทายอำนาจรัฐ โดยที่ไม่เคยมีใครเข้าถึงตัวได้ นำไปสู่การหวนเหยียบถิ่นเสืออีกครั้งของขุนพันธ์ ท่ามกลางเหล่าเสือร้ายที่หมายเอาชีวิต และพร้อมพิพากษามือปราบคงกระพันด้วยความตาย การจับตาย 2 เสือชื่อดังอย่าง เสือมเหศวรและเสือดำ ครั้งนี้อาจไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ขุนพันธ์จะสามารถบรรลุภารกิจท้าทายศรัทธา และเผชิญหน้าเหล่าเสือร้ายที่มีทั้งอาคมและ ความคงกระพันได้หรือไม่….หรือถึงเวลาแล้วที่ครั้งนี้ มือปราบหนังเหนียวอย่างขุนพันธ์จะกลายเป็น “ผู้ถูกล่า” เสียเอง
